Page 158 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 158
(3) ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา ทั้งใน
ระดับพื้นที่และระดับนโยบายหรือกฎหมาย
ปัญหาแนวเขตที่ดินหวงห้ามหนองหาร เป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน และไม่มีหน่วยงานใด
สามารถชี้แนวเขตหนองหารตามพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินฯ พ.ศ.๒๔๘๔ ที่ชัดเจนได้
เนื่องจากหนองหารเป็นพื้นที่ชุ่มนำ้า ซึ่งในขณะนั้นเป็นการประกาศให้หนองหารเป็นที่บำารุงพันธุ์สัตว์นำ้า
ไม่รวมที่ตั้งชุมชน เมื่อสร้างประตูนำ้ากั้นแม่นำ้ากำ่าเสร็จในปี พ.ศ.๒๔๙๖ จึงเกิดปัญหานำ้าท่วมที่ดินของ
ประชาชนที่ทำานาบริเวณริมหนองหารมาแต่ดั้งเดิมก่อนปี พ.ศ.๒๔๘๔ จนไม่สามารถทำานาได้กลายเป็น
ปัญหาเรื้อรัง กระทั่งมีการสร้างประตูนำ้าเพื่อป้องกันนำ้าท่วมอำาเภอเมืองในปี พ.ศ.๒๕๓๖ ทำาให้เกิด
นำ้าท่วมหนองหารอีกรอบ
สำาหรับพื้นที่หนองหารยังมีปัญหาการออกเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมายในเขต
พื้นที่หนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง แต่ที่ดินที่ประชาชนถือครองและใช้ประโยชน์มีมาก่อนแต่ไม่ได้
รับเอกสารสิทธิ ทำาให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ในอดีตประชาชนไม่มีสิทธิในการออกมาเรียกร้อง
กระทั่งมีรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.๒๕๔๐ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น ดังนั้น การกำาหนดเขต
ที่ดินของรัฐที่ผ่านมา ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการกันพื้นที่ทำากินและที่ตั้งชุมชนออกจากแนวเขตที่ดิน
ของรัฐ ในขณะที่จำานวนประชากรก็ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับไม่สามารถชี้แนวเขตพระราชกฤษฎีกา
กำาหนดเขตหวงห้ามได้ทำาให้ประชาชนจำานวนมากเสียสิทธิในการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน
ในการประชุมรับฟังความเห็นที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๗
ประชาชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากชุมชนรอบหนองหาร พื้นที่ ๕ ตำาบล
ในเขตอำาเภอเมือง และอำาเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร รวมถึงหน่วยของรัฐ ได้แก่ สำานักงานประมง
จังหวัด และสำานักงานที่ดินจังหวัด จำานวน ๕๐ ราย มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอสรุปได้ ดังนี้
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอของประชาชน
(๑) รัฐประกาศพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่อำาเภอเมืองสกลนคร
จังหวัดสกลนคร พ.ศ.๒๔๘๔ ทับซ้อนพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ ซึ่งตั้งถิ่นฐานมาก่อนพระราชกฤษฎีกากำาหนด
เขตหวงห้ามที่ดินฯ ดังนั้น หากชุมชนหรือประชาชนมีเอกสารหลักฐานแสดงได้ว่าอยู่มาก่อนการ
ประกาศพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินดังกล่าว รัฐต้องออกเอกสารสิทธิให้ประชาชน
(๒) การที่ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการจัดการที่ดินและทรัพยากรในลุ่มนำ้าหนองหาร
ซึ่งรวมถึงลำานำ้าสาขาที่ไหลลงหนองหาร เช่น ลำานำ้าพุง มีปัญหาการกัดเซาะของลำานำ้าและเกิดตะกอนไหล
ลงหนองหารทำาให้มีสภาพตื้นเขิน การจัดการที่ดินดังกล่าว ต้องเข้าใจและสอดคล้องกับนิเวศวัฒนธรรม
และวิถีชีวิตของชุมชน
(๓) การสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมเป็นพื้นฐานสำาคัญโดยการตัดสินใจร่วมกัน
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ 157

