Page 154 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 154

จึงเป็นปัญหาเมื่อรัฐต้องการออกหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวงในพื้นที่บริเวณหนองหาร

                 ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ จึงต้องสำารวจหาแนวเขตขึ้นใหม่ โดยมีเนื้อที่ ๗๖,๓๑๗ ไร่ น้อยกว่าเนื้อที่ตามแผนที่
                 แนบท้ายกฤษฎีกาฯ และพบว่า ในปัจจุบันมีแนวเขตทับซ้อนพื้นที่ชุมชนถึง ๔๕ หมู่บ้าน บางตำาบลมีพื้นที่

                 ทับซ้อนทั้งหมด ทั้งนี้ สำานักงานที่ดินจังหวัดสกลนครได้ตรวจสอบล่าสุด พบว่า มีการออกเอกสารสิทธิใน

                 ที่ดิน ซึ่งอยู่ในเขตแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ มีจำานวนประมาณ ๓๐,๐๐๐ แปลง

                       (2) ความเป็นมาและสภาพปัญหา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

                 และกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ผ่านมา

                       ความเป็นมาและสภาพปัญหา

                       หนองหารสกลนคร เป็นแหล่งนำ้าธรรมชาติที่สำาคัญของชาวสกลนครมาตั้งแต่อดีต ทั้งการเป็นแหล่ง

                 จับสัตว์นำ้า การใช้ที่ดินริมหนองหารทำานาปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้ง และเป็นแหล่งนำ้าประปาเมืองสกลนคร

                 ในปัจจุบัน การขยายตัวของเมืองและชุมชน การใช้ประโยชน์จากหนองหารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ส่งผลต่อ

                 การเปลี่ยนแปลงทรัพยากรและสภาพแวดล้อมของหนองหาร รวมถึงปัญหาที่ดินและที่ตั้งชุมชน
                 ริมหนองหารทับซ้อนกับแนวเขตหวงห้ามที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่

                 อำาเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร พ.ศ.๒๔๘๔ และแนวเขตตามหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง

                 ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ในเขตอำาเภอเมืองสกลนคร และอำาเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร

                               “หนองหาร” มีเนื้อที่ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดิน

                 พ.ศ.๒๔๘๔ ประมาณ ๑๑๙,๗๓๒ ไร่ ๓ งาน ๙๐ ตารางวา ในปัจจุบันมีแนวเขตทับซ้อนพื้นที่ชุมชน
                 รวมจำานวน ๔๕ หมู่บ้าน ๑๓ ตำาบล ซึ่งอยู่ในเขตอำาเภอเมืองสกลนคร ๓๓ หมู่บ้าน ๙ ตำาบล และอำาเภอ

                 โพนนาแก้ว ๑๒ หมู่บ้าน ๔ ตำาบล


                               ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ หนองหารได้มีการออกหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง (น.ส.ล.) จำานวน ๒
                 แปลง แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๗๖,๓๑๗ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา (น.ส.ล. เลขที่ ๐๖๒๓ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์

                 ๒๕๔๐) แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๖๘๙ ไร่ ๓ งาน ๓๓ ตารางวา (น.ส.ล. เลขที่ ๐๖๒๔ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์

                 ๒๕๔๐) คงเหลือพื้นที่ ซึ่งยังไม่ได้ออก น.ส.ล. เนื้อที่ประมาณ ๔๒,๗๑๖ ไร่ ๒ งาน ๓๕ ตารางวา

                               ทั้งนี้ พื้นที่หนองหารได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม

                 พ.ศ.๒๔๗๗ เนื้อที่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ทราบอาณาเขตที่แน่นอน เพราะตามทะเบียน
                 ที่สงวนไว้เพื่อเป็นที่สาธารณประโยชน์ ระบุขอบเขตว่าจดขอบหนองทั้งสี่ด้าน คือ


                               - ทิศเหนือ กว้าง ๒๓๗ เส้น จดหลักเขตตามขอบหนอง ตำาบลนาแก้ว ตำาบลท่าแร่
                               - ทิศใต้ กว้าง ๑๖๒ เส้น จดหลักเขตตามขอบหนอง ตำาบลท่าวัด ตำาบลดงชน ตำาบลงิ้วด่อน

                               - ทิศตะวันออก กว้าง ๒๓๗ เส้น จดหลักเขตตามขอบหนอง ตำาบลนาแก้ว ตำาบลท่าวัด

                               - ทิศตะวันตก กว้าง ๒๕๐ เส้น จดหลักเขตตามขอบหนอง ตำาบลธาตุเชิงชุม ตำาบลพังขว้าง
                                 ตำาบลเชียงเครือ




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  153
   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159