Page 126 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 126

๒.๓) แนวเขตที่กำาหนดล้าสมัย การกำาหนดแนวเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ

                 ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะใช้ภาพแผนที่เส้นชั้นความสูง (Contour Line) หรือเส้นที่แสดงลักษณะความสูงตำ่า

                 ของพื้นที่มาเป็นตัวกำาหนด ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงในพื้นที่จริงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

                 การกำาหนดแนวเขตดังกล่าวที่ล้าสมัยแต่ยังมีการใช้อยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งได้มีวิวัฒนาการระบบแผนที่

                 ที่สามารถรู้จุดพิกัดได้ในพื้นที่จริง ก็ยังมิได้นำามาดำาเนินการแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่ดำาเนินการไปแล้ว


                               (๓) ความล่าช้าในการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ โดยจะเห็นได้ว่า

                 ตามขั้นตอนกระบวนงานที่กำาหนด ที่เริ่มต้นจากการสำารวจข้อมูลในพื้นที่เบื้องต้น นำามาพิจารณาส่งให้

                 คณะรัฐมนตรี และสำานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จนถึงประกาศในราชกิจจานุเบกษาในแต่ละ

                 พื้นที่จะใช้ระยะเวลานานมาก ตั้งแต่ ๑ - ๕ ปี แล้วแต่กรณีที่พบปัญหาการดำาเนินงาน ทำาให้ชุมชนได้

                 ขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ณ ปัจจุบันที่ประกาศใช้


                       ๓.5.2 แนวทางการแก้ไขปัญหาการก�าหนดแนวเขตที่ดินของประเทศไทยที่ผ่านมา


                               ๑) เร่งรัดการรังวัดทำาแผนที่แนวเขตของรัฐที่ใช้การบรรยายหรือใช้แผนที่สังเขปในการ

                 กำาหนดพื้นที่ เพื่อการหวงห้ามให้ดำาเนินการในเรื่องการรังวัดทำาแผนที่ตามมาตรฐานที่คณะกรรมการ

                 กำาหนดมาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ (กมร.) กำาหนดตามแนวเขตที่ผ่าน

                 การตกลงร่วมกันแล้วของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ดังกล่าวในรูปคณะทำางานเพื่อให้สามารถดำาเนินการ

                 ได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง

                               ๒) พื้นที่ที่มีการหวงห้ามตามแผนที่แนบท้ายกฎหมายต้องดำาเนินการตรวจสอบแนวเขต

                 ด้วยวิธีการรังวัดทำาแผนที่ตามมาตรฐานที่ กมร.กำาหนด โดยรังวัดแนวเขตจากข้อมูลผลการรังวัดเดิมที่มี

                 ทั้งหมดบริเวณใดที่มีปัญหาต้องกำาหนดให้มีการพิจารณาร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใต้ข้อมูลตาม

                 ความเป็นจริงให้ได้ข้อยุติก่อนทำาการรังวัด หากปรากฏว่าแนวเขตที่ทำาการรังวัดใหม่ไม่สอดคล้องกับแผนที่

                 ท้ายกฎหมาย ให้ดำาเนินการเพิกถอนและประกาศพื้นที่หวงห้ามตามแนวเขตที่มีการรังวัดใหม่


                               ๓) กรณีพื้นที่ทับซ้อนให้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรังวัดทำาแผนที่ ประวัติและเหตุผล

                 ในการประกาศพื้นที่ หากปรากฏว่าต้องมีการรังวัดทำาแผนที่ใหม่เพื่อให้ตรวจสอบได้ให้ดำาเนินการตาม

                 มาตรฐานที่ กมร. กำาหนด


                               ๔) การเพิ่มเติมแก้ไขระเบียบสำานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนที่และ

                 แผนที่รูปแปลงที่ดินของรัฐ พ.ศ.๒๕๕๐ หรือการยกฐานะให้เป็นพระราชบัญญัติเพื่อให้สามารถกำาหนด

                 กรอบอำานาจหน้าที่ อัตรากำาลัง งบประมาณ และบทลงโทษ ซึ่งจะทำาให้การปฏิบัติหน้าที่มีความชัดเจน






                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  125
   121   122   123   124   125   126   127   128   129   130   131