Page 94 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 94

ความนำา


                        สิทธิมนุษยชนในอิสลามได้มีการบัญญัติไว้ในอัลกุรอานและสุนนะฮ์
                 (จริยวัตรและแบบอย่างของศาสดามุฮัมมัด) ซึ่งอิสลามได้ให้ความสำาคัญ
                 กับการปกป้องสิทธิมนุษยชนก่อนที่จะมีคำาประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย

                 สิทธิมนุษยชนและมีมากว่า 1,400 ปี
                        เมื่อศึกษาถึงประวัติศาสตร์อิสลาม เราจะพบว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น
                 ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ในปีแรกของการฮิจเราะห์ของท่านศาสดามุฮัมมัด จากมักกะฮ์
                 ไปยังมะดีนะฮ์ กล่าวคือเมื่อครั้งที่ท่านศาสดามุฮัมมัด อพยพไปยังเมือง

                 มะดีนะฮ์นั้น ท่านศาสดาพบว่ามะดีนะฮ์ประกอบด้วยประชากรหลายเผ่าพันธุ์
                 หลายศาสนา ซึ่งในขณะนั้นประกอบไปด้วยชาวมุฮาญีรีน (มุสลิมที่อพยพ
                 จากมักกะฮ์มายังมะดีนะฮ์) ชาวอันศอร (ชาวมะดีนะฮ์ดั้งเดิมที่ให้การ
                 ช่วยเหลือชาวมุฮาญีรีน) ชาวยิวและคริสเตียน

                        ดังนั้น ท่านศาสดาจึงได้จัดตั้งระเบียบขึ้นเรียกว่า “ธรรมนูญแห่ง
                 มะดีนะฮ์” ซึ่งเป็นระเบียบเพื่อการเลิกล้มการอาฆาตพยาบาทกันระหว่างเผ่า
                 (โดยเฉพาะเผ่าเอาส์และเผ่าค็อซร็อจญ์) และเพื่อให้สิทธิต่างๆ แก่ประชาชน
                 ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะชาวยิวและคริสเตียนที่อาศัยอยู่ในมะดีนะฮ์และรอบๆ

                 มะดีนะฮ์ ซึ่งเนื้อหาบางส่วนที่มีลักษณะที่สอดคล้องกับธรรมนูญมะดีนะฮ์
                 แต่บางส่วนก็มีลักษณะที่แตกต่างกันบ้างไปตามยุคตามสมัย ดังที่ปรากฏ
                 ดังต่อไปนี้



                 1. สิทธิด้านเกียรติแห่งความเป็นมนุษย์


                        ธรรมนูญมะดีนะฮ์ ได้ระบุไว้เกี่ยวกับสิทธิดังกล่าวเช่น
                        มาตราที่ 25 ความว่า “พวกยิวตระกูลบนู Awf เป็นประชาคม

                 เดียวกันกับบรรดาผู้ศรัทธา...”






           78    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99