Page 95 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 95

มาตราที่ 35 ความว่า “และแท้จริงกลุ่มย่อยของพวกยิวก็ถือเสมือน

                  ตัวของพวกเขาเอง คือ กลุ่มใหญ่” (อักรอม ฎิยาฮ์ อุมรีย์, 1983 : 121)
                         จากมาตราดังกล่าวที่ได้ปรากฏข้างต้น จะเห็นได้ว่าท่านศาสดา
                  มุฮัมมัดได้ให้ความสำาคัญกับเกียรติแห่งความเป็นมนุษย์ของทุกๆ ชนเผ่า
                  กล่าวคือ ท่านศาสดามุฮัมมัดถือว่าผู้ที่ไม่ใช่ผู้ศรัทธา (พวกยิวและคริสเตียน
                  ที่อาศัยอยู่ในมะดีนะฮ์) พวกเขาเหล่านี้ก็มีสิทธิในด้านต่างๆ เท่ากับผู้ที่

                  ศรัทธา พวกเขาจะได้รับการพิทักษ์จากการถูกสบประมาทและการย่ำายี
                  และพวกเขามีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมกันกับชาวมุสลิม ทั้งในด้านอาชีพ
                  และบริการสงเคราะห์ในสาขาต่างๆ รวมไปถึงเสรีภาพในการนับถือศาสนา

                         นอกจากนี้ ท่านศาสดามุฮัมมัดถือว่ากลุ่มย่อยของพวกยิวก็เสมือน
                  กับกลุ่มใหญ่ พวกเขาจะได้รับการปฏิบัติและการให้สิทธิเสรีภาพต่างๆ
                  อย่างทัดเทียมกัน ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากการตีความดังกล่าวข้างต้น
                  จะสอดรับกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal declaration
                  of Human Rights) ค.ศ. 1948 ที่ได้ระบุถึงเกียรติแห่งความเป็นมนุษย์

                  ดังที่ปรากฏดังนี้


                         ข้อที่ 2 ได้ระบุไว้ว่า

                         ความว่า “บุคคลชอบที่จะมีสิทธิและเสรีภาพประดาที่ระบุไว้
                  ในปฏิญญานี้ ทั้งนี้ โดยไม่มีการจำาแนกความแตกต่างในเรื่องใดๆ เช่น
                  เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอื่นใด
                  ชาติ หรือสังคมอันเป็นที่มาเดิม ทรัพย์สิน กำาเนิด หรือสถานะอื่นใด...”
                  (นพนิธิ สุริยะ, 2537 : 116-119)















                                    คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  79
   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100