Page 89 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 89
ปฏิเสธเถิด” (อัลกะฮ์ฟี : 29) เฉกเช่นนี้ ความเสรีภาพย่อมครอบคลุมถึง
ทุกเสรีภาพของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศาสนา การเมือง และ
ทัศนะความคิด
3. การพิพากษาตามคำาสอนของอิสลาม จำาเป็นต้องอยู่บนพื้นฐาน
ของความยุติธรรมและการปรึกษาหารือ อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้มนุษย์
มีความยุติธรรมและให้พวกเขานำามาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อัลลอฮ์ทรงตรัส
ความว่า “แท้จริง อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้มีความยุติธรรมและมีคุณธรรม”
(อัลนะห์ลิ : 90)
พระองค์ยังได้ตรัสไว้ในอีกโองการ ความว่า “และเมื่อพวกเจ้า
ทำาการตัดสินในระหว่างมนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจะต้องตัดสินด้วยความ
ยุติธรรม” (อันนิซาอ์ : 58) และยังมีโองการจากคัมภีร์อัลกุรอานต่างๆ
อีกมากมายที่ได้ยืนยันเกี่ยวกับสิ่งดังกล่าว
สำาหรับการปรึกษาหารือเป็นสิ่งที่มีความจำาเป็น ท่านศาสดามุฮัมมัด
ได้ขอคำาปรึกษาหารือกับบรรดาซอฮาบะฮ์ (สหายของท่านศาสดา) และท่าน
ยึดทัศนะความเห็นส่วนมาก หากแม้นว่าจะขัดกับความเห็นของท่านก็ตาม เช่น
บรรดามุสลิมีน (มุสลิมผู้ศรัทธา) ต้องการทำาสงครามอุหุด ทั้งที่ท่านศาสดา
มีความเห็นว่าไม่ทำาสงคราม แต่ความเห็นส่วนใหญ่ให้ออกทำาสงคราม ดังนั้น
ท่านศาสดายอมตกลงตามความเห็นของพวกเขา และออกทำาสงคราม
ความพ่ายแพ้ได้ประสบแก่บรรดามุสลิมีนแต่พร้อมกับสิ่งดังกล่าว อัลกุรอาน
ก็ยังคงตอกย้ำาให้มีความจำาเป็นต้องปรึกษาหารือ ฉะนั้น อัลลอฮ์ได้ตรัส
กับท่าน ความว่า “ดังนั้น เจ้าจงอภัยให้พวกเขา เจ้าจงขออภัยให้พวกเขา
และจงปรึกษาพวกเขาในการงานต่าง ๆ ที่คิดกระทำา” และด้วยจุดมุ่งหมายนี้
จึงไม่รับพิจารณาความเห็นส่วนน้อยของนักปราชญ์นิติศาสตร์อิสลาม
ที่อ้างว่าการปรึกษาหารือไม่มีความจำาเป็น เพราะการอ้างนี้ขัดกับบรรดา
ตัวบทของศาสนาที่ชัดเจน
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 73

