Page 401 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 401

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ไปกอนสิ้นป 2536 เนื้อที่ประมาณ 44 ลานไร โดยมอบไปทั้งปา (ยกเวนพื้นที่ปาสงวน
                แหงชาติที่กําหนดใหเปนเขตพื้นที่ปาเพื่อการอนุรักษ Zone C) และบริเวณที่ยังเปนปาสมบูรณรวมอยูดวย

                         ดังนั้น เพื่อใหการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกันพื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่กรมปาไมไดมอบใหสํานักงาน

                การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นําไปปฏิรูปที่ดินกลับคืนกรมปาไมเปนไปตามนัยมติที่ประชุมเรื่อง

                แนวทางปฏิบัติงานการดําเนินการปฏิรูปที่ดินตามนโยบายรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2538
                ณ หองประชุม 2 กรมปาไม   กรมปาไมและสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)  จึงมีการลงนาม

                ใน “บันทึกขอตกลงระหวางกรมปาไมและสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) วาดวยแนวทาง

                การปฏิบัติในการกันพื้นที่ปาสงวนแหงชาติกลับคืนกรมปาไม พ.ศ. 2538” เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2538

                โดยสาระสําคัญก็คือการกันพื้นที่ที่ไมสมควรจะนําไปปฏิรูปที่ดินออกกอน เพื่อสงมอบพื้นที่สวนที่กันออกนี้
                ใหกรมปาไมดําเนินการสงวนรักษาไวตอไป และเพื่อใหสามารถดําเนินการเปนไปตามบันทึกขอตกลงดังกลาว

                จึงสมควรกําหนดสาระแนวทางการปฏิบัติเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบการกันพื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่ไมสมควร

                จะนําไปปฏิรูปที่ดินไวเปนแนวทางการดําเนินงานตอไป ดังนี้

                         1.  พื้นที่ที่ไมสมควรจะนําไปปฏิรูปที่ดิน ซึ่งจะตองดําเนินการกันออก ไดแก พื้นที่ดังตอไปนี้
                            1.1  พื้นที่ที่มีสภาพเปนปา เปนพื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่มีสภาพปาไม ไมวาจะมีขนาดเนื้อที่มากนอย

                เพียงใดก็ตาม สมควรสงวนไวเพื่อรักษาสภาพแวดลอมและระบบนิเวศ

                            1.2  พื้นที่ที่มีสภาพหรือศักยภาพทําการเกษตรไมคุมคา เปนพื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่มีสภาพ

                ของพื้นที่ไมเหมาะสมจะทําการเกษตร เชน ดินหินโผล ดินลูกรัง หนาดินตื้น นํ้าทวมขังเกือบตลอดป (6 เดือนขึ้นไป)
                พื้นที่แหลงนํ้าและทรัพยากรธรณี

                            1.3  พื้นที่ลอแหลมคุกคามตอระบบนิเวศ และพื้นที่ที่ควรอนุรักษไวใหชุมชนใชประโยชนรวมกัน

                เปนพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ สวนที่ติดแนวอนุรักษทุกประเภท เชน อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา

                หรือพื้นที่อนุรักษเพิ่มเติม ปาพรุ ตลอดจนพื้นที่ที่ติดกับพื้นที่สงวนไวเพื่อกิจการของกรมปาไม พื้นที่ที่มิทิวทัศน
                สวยงามเหมาะเปนที่พักผอนหยอนใจ รวมถึงพื้นที่ที่สงวนไวใหราษฎรไดใชประโยชนรวมกัน

                            1.4  พื้นที่ภูเขาสูงชัน หรือพื้นที่ที่มีความลาดชัน โดยเฉลี่ยตั้งแต 35% ขึ้นไปและพื้นที่ตนนํ้า

                ลําธาร รวมถึงพื้นที่ลุมนํ้าชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ตามผลการกําหนดชั้นคุณภาพลุมนํ้า โดยสํานักงานคณะกรรมการ

                สิ่งแวดลอมแหง ชาติ  ตามมติคณะรัฐมนตรี
                            1.5  พื้นที่ที่กรมปาไมมีภาระผูกพันตามกฎหมาย เชน สวนปาของทางราชการพื้นที่ที่อนุญาต

                ใหสวนราชการหรือเอกชนเขาทําประโยชนแลว (ยกเวนพื้นที่ที่มีหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนและอยูอาศัย

                ภายในเขตปรับปรุงปาสงวนแหงชาติ (สทก.) ที่ราษฎรแสดงความประสงคเปนหนังสือขอรับหนังสืออนุญาต

                ใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) ของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แทน)




         380     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   396   397   398   399   400   401   402   403   404   405   406