Page 22 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 22
21
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
บทบาทของสตรีให้มีความเท่าเทียมและความเสมอภาคต่อไป เพื่อให้สตรีได้รับสิทธิตามที่กฎหมายให้
การรับรองไว้
๓. สิทธิด้านสถานะบุคคลและกลุ่มชาติพันธุ์
การแก้กฎหมาย ๒ ฉบับที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องสถานะบุคคล คือ (๑) พระราชบัญญัติทะเบียน
ราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการจดทะเบียนการเกิด สำาหรับผู้ที่เกิดบนแผ่นดินไทยได้
และ (๒) พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๒๓ การลงรายการ
สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน การแก้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จะช่วยขจัดปัญหาความ
ไร้สัญชาติและเสมือนไร้สัญชาติของผู้ที่เกิดบนแผ่นดินไทยได้ อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติพบว่า เจ้าหน้าที่
ในพื้นที่ระดับจังหวัดและอำาเภอหลายแห่งยังไม่สามารถนำานโยบายสู่ภาคปฏิบัติ เพราะยังไม่แน่ใจหรือ
เข้าใจว่าสามารถใช้กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับได้ ทำาให้มีปัญหาการกำาหนดสถานะบุคคลและลงรายการสัญชาติ
ในทะเบียนราษฎร ดังนั้น หน่วยงานของรัฐที่มีอำานาจหน้าที่รับผิดชอบในการดำาเนินการตามกฎหมาย
คือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จะต้องกำาหนดนโยบายหรือมาตรฐานในการปฏิบัติงานของ
อำาเภอต่างๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ และ
พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็น
มาตรฐานเดียวกันในทุกๆ อำาเภอโดยไม่เลือกปฏิบัติ และทำาให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดี รวดเร็ว
ถูกต้องและเป็นธรรม อีกทั้งต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสถานะบุคคลกับการได้รับสัญชาติไทย
ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
สถานะบุคคลที่แสวงหาประโยชน์ที่มิชอบ
ส่วนพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ เกี่ยวกับไทยพลัดถิ่นนั้น ก็มีปัญหาในการ
ดำาเนินการเช่นเดียวกัน จากการประเมินสถานการณ์พบว่า คนไทยพลัดถิ่น คือ บุคคลที่มีเชื้อสายไทย
ที่อาศัยอยู่ในพม่าและกัมพูชาบริเวณที่ติดกับชายแดนไทยซึ่งเป็นดินแดนของไทยมาก่อน แต่ต่อมามีการ
เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน ทำาให้ดินแดนบางส่วนเป็นของประเทศเพื่อนบ้าน และคนไทยที่อยู่ในบริเวณ
ดังกล่าวจึงกลายเป็นพลเมืองของประเทศเพื่อนบ้านไปโดยปริยาย และลูกหลานของคนกลุ่มนี้ไม่ได้
รับสัญชาติไทย ต่อมา ได้มีคนไทยกลุ่มนี้บางส่วนอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและขอสัญชาติไทยคืน
โดยได้รณรงค์ให้รัฐดำาเนินการในเรื่องดังกล่าวมานานถึง ๑๐ ปี ในที่สุด รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ
พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะ
คืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่นที่เคยอาศัยอยู่ในเขตแดนของประเทศพม่าและกัมพูชา ประมาณ
๒๐,๐๐๐ คน ขณะนั้นคนไทยพลัดถิ่นจำานวนหนึ่งกังวลว่าอาจมีอุปสรรคในการขอคืนสัญชาติได้
กสม. โดยคณะอนุกรรมการด้านสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง
จึงได้จัดการเสวนาเกี่ยวกับแนวทางในการดำาเนินการตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานได้รับทราบ

