Page 23 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 23
22 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
ข้อกังวลของผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำาไปประกอบการพิจารณาดำาเนินการในขั้นตอนต่อไป และมีข้อเสนอแนะว่า
หลังจากที่พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องควรเร่งออกกฎเกณฑ์รองรับการคืนสัญชาติให้คนไทยพลัดถิ่นโดยเร็ว และควรเผยแพร่
รายละเอียดและขั้นตอนในการยื่นขอคืนสัญชาติให้แก่คนไทยพลัดถิ่นได้รับทราบอย่างทั่วถึง แต่ใน
ปี ๒๕๕๖ ไม่มีการดำาเนินการเกี่ยวกับคนไทยพลัดถิ่น ทำาให้คนไทยพลัดถิ่นนอกเขตเทือกเขาตะนาวศรี
ยังไม่สามารถขอสัญชาติไทยได้เลย
๔. สิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศ
ปัจจุบันสังคมไทยมีความเข้าใจ ให้การยอมรับและเคารพในเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค
ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในบางมิติและเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งการส่งเสริม ปกป้อง
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้แก่บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังคงจำาเป็นต้องมีการขับเคลื่อนสิทธิ
ในประเด็นต่างๆ ให้ปรากฏหรือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อาทิ การส่งเสริมให้บุคคลในครอบครัว
เข้าใจและยอมรับต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น การส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาทุกแห่ง
ปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศด้วยความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
การส่งเสริมให้หน่วยงานหรือสถานประกอบการเคารพต่อสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล
ที่มีความหลากหลายทางเพศโดยไม่เลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพ การผลักดันให้มีการออกกฎหมาย
รับรองการจดทะเบียนคู่ชีวิตให้มีผลบังคับใช้ ดังเช่นในหลายประเทศที่ได้รับรองสิทธิการมีคู่ชีวิตของ
บุคคลเพศเดียวกัน และกฎหมายรับรองการเปลี่ยนคำานำาหน้านามในบุคคลที่มีการเปลี่ยนแปลงของ
ร่างกายให้เป็นเพศตามเจตจำานงของตนเอง เป็นต้น
สถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อพิจารณาการดำาเนินการของหน่วยงานรัฐด้านความมั่นคงในการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้าน
ความมั่นคง ๓ ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช ๒๔๕๗ พระราชกำาหนดการ
บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวที่ให้
เจ้าหน้าที่รัฐผู้ดำาเนินการตามกฎหมายดังกล่าวนั้น ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย
ส่งผลให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติที่อาจนำาไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน จากกรณีที่ กสม. ได้รับเรื่อง

