Page 18 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 18
17
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
อันเป็นผลมาจากการที่รัฐไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารและไม่จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ก่อนดำาเนินโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน
การดำาเนินโครงการของรัฐและเอกชนยังก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของ
ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ในบางกรณีพบว่า
รัฐละเลยหน้าที่และแก้ไขปัญหาอย่างล่าช้า ทำาให้ประชาชนต้องต่อสู้เรียกร้องสิทธิด้วยตนเอง จนนำา
ไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง และการปะทะระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งในรูปแบบ
ของการข่มขู่คุกคาม และการฆาตกรรมแกนนำาในการต่อสู้
นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิชุมชนและ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกฎหมายบางฉบับยังไม่มีการ
แก้ไขให้สอดคล้องกับหลักสิทธิชุมชนและสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ทำาให้
การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถเป็นเครื่องมือคุ้มครองสิทธิแก่ประชาชนได้
๒. สถานการณ์ด้านที่ดินและป่า
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านการจัดการที่ดินและป่าไม้ในภาพรวมนั้น แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ให้ความสำาคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑
(พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙) ได้กำาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อย่างยั่งยืน นอกจากจะให้ความสำาคัญกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมอย่างบูรณาการแล้ว ยังมุ่งส่งเสริมและพัฒนา
ศักยภาพชุมชนในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาความ
้
เหลื่อมลำาในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน แต่เนื่องจากกฎหมายเฉพาะ
หลายฉบับยังไม่ได้บัญญัติให้รับรองสิทธิชุมชนเอาไว้อย่างชัดแจ้ง และยังมีลักษณะที่ไม่เอื้ออำานวยต่อการ
ใช้สิทธิของชุมชน เนื่องจากกฎหมายนั้นได้ถูกกำาหนดขึ้นก่อนหน้าแล้ว โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยป่าไม้
ที่ยังไม่มีการแก้ไขให้สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และหลักการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกพัฒนามาจากแนวคิดการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติแบบแยกส่วนแยกคนออกจากธรรมชาติ ไม่รับรู้จารีตประเพณีวัฒนธรรมการอยู่
กับป่า พึ่งพาอาศัยธรรมชาติ ดังนั้น แม้ในบทบัญญัติของกฎหมายต่างๆ เหล่านั้น จะมีบางมาตรา
ที่เปิดช่องให้ชุมชนสามารถจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติได้ แต่การใช้และการตีความ
กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ยังไม่ยอมรับสิทธิชุมชน นอกจากนี้ กลไกการแก้ไข
ปัญหาข้อพิพาทในเรื่องที่ดินและป่าไม้นั้น นอกจากปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่ไม่สอดคล้องและทัศนคติ
ของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ประชาชนยังไม่ได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขปัญหา
ข้อพิพาท ส่วนใหญ่เป็นการกำาหนดมาตรการการแก้ไขปัญหาแต่เพียงฝ่ายเดียวจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

