Page 161 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 161
160 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๘๐ (๒) โดยจัดให้มีกลไกรับผิดชอบ
่
ดูแลไม่ตำากว่าบริการฯ ขั้นพื้นฐาน ตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถรับการบริการฯ ใน
โรงพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลรัฐ รวมถึงดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม
การทำางานหรือสถานประกอบการ และศึกษาเกี่ยวกับการนำาระบบ Medisave มาใช้ในระบบสวัสดิการ
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
๔. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงสาธารณสุข สำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องอื่นใด สมควรทบทวนการจ่ายเงินให้แก่หน่วยบริการหรือเครือข่ายหน่วยบริการเพื่อจัดบริการ
สาธารณสุข โดยให้แยกค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวออกมาต่างหาก
๕. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงสาธารณสุข สมควรสนับสนุนและผลักดันให้มีการจ่ายเงินช่วยเหลือ
เบื้องต้นแก่ผู้รับบริการ เมื่อได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล ไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ภายใต้ระบบ
บริการสาธารณสุขใด
๖. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมบัญชีกลาง และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมควรหารือกันเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ รวมทั้งสวัสดิการด้านสุขภาพสำาหรับ
ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่น จัดตั้งเป็นกองทุนการรักษาพยาบาล ตลอดจนการหาแนวทางเพื่อให้ข้าราชการ
ส่วนท้องถิ่นสามารถใช้ระบบการเบิกจ่าย ตรงค่ารักษาพยาบาลได้เช่นเดียวกับข้าราชการอื่น
๗. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำานักงานหลักประกัน
สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมควรพิจารณาทบทวน
นโยบายการปฏิรูประบบสาธารณสุขแก่ผู้บริหารองค์กรด้านสุขภาพ เช่น การตั้งคณะกรรมการนโยบาย
สุขภาพแห่งชาติ (National Health Authority) ขึ้นมาดูแลระบบสาธารณสุขทั้งหมด โดยให้ความสำาคัญ
กับการกระจายอำานาจให้แก่องค์กรสุขภาพหรือคณะกรรมการด้านสุขภาพอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว และให้องค์กร
หรือคณะกรรมการดังกล่าว ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำาเนินโครงการ
หรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อส่วนได้ส่วนเสียของตน เช่น ค่าตอบแทน วิธีการประเมินผลงาน
การแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำาไปประกอบการพิจารณาเรื่องดังกล่าว
ข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย
๑. รัฐสภา คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงสาธารณสุข สปสช. สมควรเร่งรัดการจัดทำาและประกาศใช้
พระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.
๒๕๔๕ หรือ
๒. รัฐสภา คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. สมควรแก้ไขพระราชบัญญัติ
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๙ และ ๑๐ จากเดิมที่กำาหนดให้ผู้มีสิทธิรับบริการ
สาธารณสุขตามกฎหมายอื่นต้องไปใช้สิทธิตามกฎหมายนั้น เปลี่ยนเป็นให้ผู้รับบริการต้องใช้สิทธิจาก
ระบบบริการอื่นที่ตนเองมีสิทธิอยู่ก่อน หากสิทธินั้นด้อยกว่าหรือไม่ครอบคลุมเท่ากับสิทธิที่จะได้รับตาม

