Page 159 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 159

158      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖










                              ๓.  สำานักงานตรวจคนเข้าเมืองควรกำาหนดมาตรฐานของยานพาหนะที่ใช้ในการผลักดันผู้ต้องกัก
                        กลับไปยังประเทศต้นทาง  โดยปรับจากรถบรรทุกที่นั่งบนพื้นไม้กระดานเป็นรถบัสที่มีเบาะนั่ง


                              ผลการดำาเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                              สำานักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ชี้แจงว่า  ในการผลักดันแรงงานข้ามชาติกลับประเทศต้นทาง
                        สตม. ได้ดำาเนินการเป็นขั้นตอนโดยเคร่งครัด โดยมีความระมัดระวังมากขึ้น โดยยึดหลักการเคารพศักดิ์ศรี

                        ความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกปฏิบัติ  รวมทั้งก่อนส่งตัวกลับได้ดำาเนินการตรวจสอบอาการป่วยของผู้ต้องกัก
                        ทุกครั้ง  หากพบว่ามีการอาการป่วยจะแจ้งแพทย์  สตม. ให้ดูแลทุกครั้ง หากมีอาการเจ็บป่วยเกินกว่าที่

                        แพทย์ สตม. จะดูแลได้จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของรัฐเพื่อทำาการรักษาทันที
                              นอกจากนี้ ในการใช้พาหนะส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง ได้ใช้รถของทางราชการเป็นรถบรรทุก
                                                                                                      ้
                        หกล้อ และมีเบาะให้นั่ง มีที่นั่งเพียงพอไม่แออัด อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้พักระหว่างทางเข้าห้องนำาเพื่อ
                                   ้
                        ผ่อนคลาย มีนำาและอาหารดูแล ตลอดจนมีกล่องยาสามัญติดรถ เพื่อบรรเทาอาการป่วยเบื้องต้น  หากมี
                        ผู้ต้องกักปริมาณมาก จะใช้วิธีเช่าเหมารถบัสเพื่อส่งกลับ  และผลักดันส่งกลับครั้งละไม่เกิน ๔๕ คน
                        ต่อครั้ง  ทั้งนี้ โดยมีแนวปฏิบัติตามหนังสือสำานักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ ๐๐๒๙.๑๔๒/๕๓๘๖ ลงวันที่

                        ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖  เรื่อง กำาหนดมาตรการด้านความปลอดภัยในการจ้างพาหนะขนคนต่างด้าวออกไป
                        นอกราชอาณาจักร




                              เรื่องที่ ๖
                              สิทธิในก�รรับบริก�รส�ธ�รณสุขต�มระบบหลักประกันสุขภ�พแห่งช�ติ

                              ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิก�รข้�ร�ชก�ร

                              กสม. ได้ประมวลเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิในการรับบริการสาธารณสุข ประกอบกับจากการศึกษา
                        วิเคราะห์กฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง โดยเทียบเคียงกับสิทธิมนุษยชนตามที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและ
                        พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีแล้ว พบว่า  การจัดบริการสาธารณสุขของรัฐบาลไทยใน

                        ปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับสิทธิด้านสาธารณสุขตามพันธกรณีที่เป็นภาคีและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร

                        ไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ใน ๒ ประเด็น คือ สิทธิเสมอกันในการรับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสมและ
                        ได้มาตรฐาน (การจัดให้มี) และสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง (การเข้าถึง)
                              การจัดบริการสาธารณสุขของประเทศไทยอยู่ภายใต้ระบบบริการฯ ๓ ระบบใหญ่ คือ ระบบหลัก

                        ประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการข้าราชการ  ซึ่งการจัดบริการฯ ของ
                                             ้
                        ๓ ระบบนี้ มีความเหลื่อมลำาและไม่เสมอกัน เช่น การเติมหรือเพิ่มสิทธิรับบริการสาธารณสุขของระบบ
                        บริการอื่นให้สอดคล้องตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่อาจทำาได้ทันที ต้องกำาหนดเป็นพระราช
                        กฤษฎีกาหรือข้อตกลงกับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  การบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบ

                        ประกันสังคมไม่ครอบคลุมการตรวจสุขภาพ  ผู้ประกันตนต้องร่วมจ่ายค่าบริการเป็นเงินสมทบในกองทุน
   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164