Page 293 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 293
ผ - | ๑๕๗
ละ ๓๕ เมตร และขอให้ผู้ฟ้องคดีเสียสละที่ดิน เพื่อใช้ในการดําเนินการตามโครงการ รายละเอียดปรากฏตามรายงาน
การประชุมราษฎร โครงการพัฒนาลุ่มน้ําพะเนียง ครั้งที่ ๘ / ๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ผู้ฟ้องคดีจึงได้
รับทราบถึงผลกระทบ จากการดําเนินการตามโครงการนี้แล้ว ผู้ฟ้องคดี และราษฎรผู้เข้าร่วมประชุมทราบดี ถึง
ประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับจากโครงการว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิต รวมทั้งรายได้และความสะดวกในการขนส่งผลผลิต
ทางการเกษตรและการคมนาคม จึงร่วมใจกันทําหนังสือยินยอม เพื่อให้การพัฒนาและขุดลอกลําน้ําพะเนียงบรรลุผล
การทําหนังสือยินยอมของทุกคนเป็นการลงนามและยินยอมโดยเปิดเผย ด้วยจิตสํานึกของการเสียสละเพื่อประโยชน์
ส่วนรวม เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผู้ฟ้องคดีได้ลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอม เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําในเขตจังหวัด
หนองบัวลําภูด้วยความสมัครใจ โดยมี นายรุ่งเรือง ธนปราชญ์เปรื่อง ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านขาม ลงนาม
ในฐานะผู้แทนส่วนราชการ มีพยานการลงนามถึง ๓ คน และมี นายคําบุ พาภักดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ เป็นผู้จดบันทึก
โดยมีข้อความว่าผู้ฟ้องคดียินยอม ให้ทางราชการรื้อถอน ตัดโค่น หรือใช้ที่ดินวางเปล่า เป็นที่ทิ้งดิน เพื่อการพัฒนา
แหล่งน้ํา ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีถือครองอยู่ โดยผู้ฟ้องคดีจะไม่เรียกร้อง เพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ อันเป็นผลมา
จากการพัฒนาดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีทําหนังสือฉบับนี้ให้กับทางราชการ ด้วยความสุจริตใจไม่มีบุคคลใดบังคับ
ในการดําเนินงานตามโครงการ ผู้ถูกฟ้องคดี ได้จัดส่งชุดปฏิบัติการสํารวจทําการเก็บรายละเอียดน้ํา
ระดับดินธรรมชาติ สภาพภูมิประเทศตามแนวลําน้ํา เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาออกแบบ ให้มีผลกระทบต่อ
ราษฎรที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณสองฝั่งลําน้ําน้อยที่สุด โดยขุดให้ลึก ๘ เมตร กําหนดขนาดความกว้างท้องลําน้ํา
ประมาณ ๑๕ เมตร และความกว้างจากศูนย์กลางลําน้ํา ข้างละประมาณ ๓๕ เมตร ตามความเหมาะสมของแต่ละสภาพ
พื้นที่ของลําน้ํา เพื่อเพิ่มปริมาณการไหล และความเร็วของน้ํา ชานคันดินกว้างประมาณ ๒ เมตร และมีความลาด
ด้านข้าง ๑.๑.๕ เพื่อให้สามารถรองรับน้ําหนักดินด้านข้างลําน้ําให้ทรงตัวได้ และก่อสร้างคันดินบดอัดแน่น พร้อมลง
ลูกรังผิวจราจร กว้างประมาณ ๖ เมตร ตลอดแนวคู่ขนานฝั่งลําน้ํา เพื่อใช้เป็นทางลําเลียงขนย้ายผลผลิตทางการเกษตร
ของราษฎร และให้เป็นพนังป้องกันมิให้น้ําไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎรในฤดูน้ําหลาก และก่อสร้างอาคารรับ
น้ํา ซึ่งมีประตูควบคุมการเปิด - ปิด บริเวณทางน้ํา หรือร่องน้ําให้สามารถระบายน้ําออกจากพื้นที่ท่วมขัง เพื่อลดปัญหา
ผลกระทบด้านการเกษตร และสามารถกักเก็บน้ําไว้ใช้ประโยชน์ได้ในภาคเกษตร การประมงในฤดูแล้ง และป้องกันน้ํา
ท่วมในฤดูฝน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว ให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่ศาลาวัดศรีบุญเรือง ทราบแล้ว
ผู้รับจ้างจากผู้ถูกฟ้องคดี มิได้นําดินที่ขุดลอกจากลําน้ําไปทิ้งในที่นาของผู้ฟ้องคดีทั้งหมดจนเป็นเหตุให้
ผู้ฟ้องคดีทํานาไม่ได้ แต่ผู้รับจ้างได้นําดินที่ขุดลอกลําน้ําพะเนียงไปทิ้งในที่นาของผู้ฟ้องคดีเพียงบางส่วน ตามคําขอของ
ราษฎรที่มีที่ดินอยู่ติดกับสองฝั่งลําน้ํา และได้ดําเนินการเกลี่ยแต่งดินให้เรียบร้อยแล้ว ตามสภาพที่นาของผู้ฟ้องคดี ซึ่งผู้
ฟ้องคดียังสามารถทํานาได้ตามปกติ และจะได้ผลผลิตจากการทํานาเพิ่มขึ้น และสามารถทําการปลูกพืชประเภทอื่นได้
อีก เนื่องจากมีน้ําที่กักเก็บในลําน้ําพะเนียงอย่างสมบูรณ์ และคาดว่าผู้ฟ้องคดีจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผู้ฟ้องคดี (ที่ถูกต้อง คือ
ผู้ถูกฟ้องคดี) ไม่ได้ทําลายระบบนิเวศน์ ปรากฏตามภาพถ่ายบริเวณรอบลําน้ําพะเนียง และบันทึกถ้อยคําของเจ้า
พนักงานปกครองส่วนท้องถิ่น ในคดีหมายเลขดําที่ ๔๒๕ / ๒๕๔๙ นางสวยสม บุญตา ผู้ฟ้องคดี แต่เป็นการให้ถ้อยคํา
และเป็นภาพถ่ายที่ดินหลังจากการขุดลอกแล้ว โดยเฉพาะได้จัดทําเส้นทางสําหรับรถบรรทุกพืชผลของประชาชนริมลําตะ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”

