Page 289 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 289

ผ -  | ๑๕๓



               ที่ดินของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว  จึงเป็นการจงใจทําต่อผู้ฟ้องคดีให้ได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สินได้แก่ที่ดินเนื้อที่จํานวน ๓ ไร่

               ๓ งาน ๓๕ ตารางวา การกระทําของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดังกล่าว จึงเป็นการกระทําละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๔๒๐
               แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒  ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ  ต้องรับผิดต่อผู้ฟ้องคดีในฐานะ

               ผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทําในการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ

               ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

                              ส่วนที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์อ้างว่า  ได้มีการประชุมชี้แจงราษฎรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก

               การขุดลอกลําน้ํา และผู้ฟ้องคดีได้รับทราบว่าจะมีการขุดลอกลําน้ํารุกล้ําเข้าไปในที่นาของผู้ฟ้องคดีแล้วนั้น เห็นว่า ข้อ

               กล่าวอ้างของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดังกล่าว  เป็นเพียงการยกข้อกล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆ ทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีพยานหลักฐานใดที่

               แสดงได้ว่า  ผู้ฟ้องคดีได้รับทราบและยินยอมให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ขุดลอกขยายลําน้ําพะเนียงและก่อสร้างถนนเลียบลําน้ํา
               พะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด  ส่วนหนังสือที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ อ้างว่าผู้ฟ้องคดียินยอมให้บุกรุก  และทําการ

               ขุดลอกลําน้ํารุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีนั้น  เมื่อพิจารณาหนังสือที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กล่าวอ้างโดยตลอดแล้ว  มี

               ความหมายแต่เพียงว่า  ผู้ฟ้องคดียินยอมให้ทางราชการดําเนินการขุดลอกและพัฒนาลําน้ําพะเนียงโดยสามารถรื้อถอน

               ตัดโค่นต้นไม้  หรือใช้ที่ดินว่างเปล่าของผู้ฟ้องคดีเป็นที่ทิ้งดิน  เพื่อการพัฒนาลําน้ําพะเนียงได้เท่านั้น  ไม่มีข้อความตอนใด

               แสดงว่า  ผู้ฟ้องคดีได้ยินยอมให้ขุดลอกรุกล้ําที่ดิน  หรือยกที่ดินให้ทางราชการแต่ประการใด  อีกทั้งไม่มีหลักฐานหรือ
               พฤติการณ์อื่นใดที่แสดงว่าผู้ฟ้องคดียินยอมยกที่ดินดังกล่าวให้แกผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒  เพื่อใช้ในการขยายลําน้ําพะเนียง  หรือ

               ทําถนนสาธารณะเลียบลําน้ําพะเนียง  และแม้หนังสือยินยอมจะมีข้อความที่แสดงว่า  ผู้ฟ้องคดีจะไม่ขอเรียกร้องค่าชดเชย

               ใด ๆ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาลําน้ําพะเนียง  ก็เป็นการแสดงแต่เพียงว่า  ผู้ฟ้องคดีจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ถูก

               ฟ้องคดีที่ ๒ ในการเข้าไปตัดโค่นต้นไม้  รื้นถอน  รวมทั้งการทิ้งดินบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีเท่านั้น  หรืออีกนัยหนึ่ง ข้อความ

               ดังกล่าว  เป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิ์  ไม่ขอรับค่าชดเชยที่เกิดจากการที่ทางราชการดําเนินการรื้อถอน  ตัดโค่นต้นไม้
               หรือนําดินมาทิ้งในที่ดินว่างเปล่าของผู้ฟ้องคดี  อันเป็นผลมาจากการพัฒนาลําน้ําพะเนียงเท่านั้น มิได้มีความหมายว่าผู้

               ฟ้องคดีแสดงเจตนาสละสิทธิ์ไม่ขอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน  เพื่อความเสียหาย อันเกิดจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒  ขุด

               ลอกและได้ทําถนนบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีแต่ประการใดไม่  ส่วนที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์อ้างว่า  ที่ดินส่วนที่เหลือของผู้

               ฟ้องคดีได้รับประโยชน์ จากการพัฒนาลําน้ําพะเนียง  และที่ดินส่วนที่ทําเป็นถนนผู้ฟ้องคดีได้รับประโยชน์ในการขนย้าย

               ผลผลิตทางการเกษตรนั้น  เห็นว่าการที่ผู้ฟ้องคดีได้ประโยชน์จากการพัฒนาลําน้ําพะเนียงตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีกล่าวอ้างก็ไม่

               ก่อให้เกิดสิทธิ์แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒  จะบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้ ผู้ฟ้องคดี  จึงมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย

               ชดเชยที่ดินที่เสียไป  เพื่อการพัฒนาลําน้ําพะเนียงดังกล่าวได้
                              ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า  ผู้ฟ้องคดีควรได้รับค่าเสียหายเพียงใด  ซึ่งตามแผนที่พิพากษาที่

               สํานักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภู  ได้จัดทําเสนอต่อศาลปกครองชั้นต้นฟังได้ว่า  ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ขุดลอกขยายลําน้ํา

               พะเนียง  และได้ก่อสร้างเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดี  รวมเนื้อที่จํานวน ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตาราง

               วา  โดยที่ดินของผู้ฟ้องคดีมีราคาประเมิน  เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมตารางวาละ

               ๑๐๐ บาท  และแม้ว่าผู้ฟ้องคดีอาจได้รับประโยชน์  จากโครงการดังกล่าว  ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอ้างมาในคําอุทธรณ์


                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”
   284   285   286   287   288   289   290   291   292   293   294