Page 288 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 288

๑๕๒ | - ผ



                           ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ทําคําแก้อุทธรณ์ยื่นต่อศาล

                           ศาลปกครองสูงสุดนั่งพิจารณาคดี โดยได้รับฟังสรุปข้อเท็จจริงของตุลาการเจ้าของสํานวน และคําชี้แจง
            ด้วยวาจาประกอบคําแถลงการณ์ของตุลาการผู้แถลงคดี

                           ศาลปกครองสูงสุดได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสํานวนคดี  กฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ และ

            อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยแล้ว

                           ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๒๖๘ เลขที่ดิน

            ๑๗๗   ตําบลหนองบัว  อําเภอเมืองหนองบัวลําภู  จังหวัดหนองบัวลําภู  เนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ๑ งาน ๑๓ ตารางวา

            ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ  เห็นชอบแผนงานและโครงการพัฒนาลุ่มน้ําลําพะเนียง จังหวัดหนองบัวลําภู   โดยให้ผู้ถูกฟ้อง

            คดีที่ ๒ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มอบหมายให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑  รับผิดชอบดําเนินงาน
            และมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภู  ทําสัญญาจ้างก่อสร้างตามโครงการดังกล่าว  รวมทั้งกํากับดูแลการ

            ดําเนินโครงการดังกล่าวด้วย  ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภูได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาลุ่มน้ํา

            พะเนียงขึ้น เพื่อทําหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบการจ้างเหมาก่อสร้างงาน และกํากับดูแลการดําเนินโครงการ โดยการ

            ดําเนินงานโครงการขุดลอกและพัฒนาลุ่มน้ําพะเนียง ได้แบ่งออกเป็น ๒ ช่วง  สําหรับที่ดินของผู้ฟ้องคดี  ตามโฉนดที่ดิน

            เลขที่ ๒๔๒๖๘  ตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาลุ่มน้ําลําพะเนียง  ช่วงที่ ๒/๑ จากการดําเนินงานก่อสร้างดังกล่าว  ได้มีการรุกล้ํา
            ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดิน  เลขที่ ๒๔๒๖๘   บางส่วนผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดี

            ทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน  เพื่อความเสียหายที่ต้องเสียที่ดินไป เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท  ศาลปกครองชั้นต้น

            พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นเงินจํานวน ๑๕๓,๕๐๐ บาท  ภายในหกสิบวัน

            นับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด   ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองและผู้ฟ้องคดี ไม่เห็นด้วยกับคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

            จึงอุทธรณ์คําพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด
                           คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามคําอุทธรณ์ว่า  ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีสิทธิ์โดยชอบที่จะขุดลอกขยายลํา

            พะเนียง  และทําถนนคันดินเลียบริมฝั่งลําพะเนียง  รุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือไม่  และค่าเสียหายของผู้ฟ้องคดี

            มีเพียงใด

                           พิเคราะห์แล้วเห็นว่า  โครงการขุดลอกและพัฒนาลําน้ําพะเนียง  และการสร้างถนนเลียบลําน้ําพะเนียง

            มีผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภู  เป็นผู้ได้รับมอบอํานาจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ โดยมีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายในการ

            ดําเนินงานตามโครงการดังกล่าว  ซึ่งการขุดลอกขยายความกว้างของลําน้ําพะเนียง  พร้อมทั้งก่อสร้างคันดินเป็นถนน

            เลียบตลอดแนวสองฝั่งลําน้ําพะเนียงนั้น  ข้อเท็จจริงรับกันว่า ได้มีการรุกล้ําเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นจํานวนทั้งสิ้น
            ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ไม่มีอํานาจที่จะบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของผู้ฟ้องคดีได้โดยไม่ชอบ

            ด้วยกฎหมาย  เนื่องจากผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ไม่ได้ดําเนินการเวนคืนที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามกฎหมาย  ว่าด้วยการเวนคืน

            อสังหาริมทรัพย์ หรือได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว และไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีสิทธิ์โดยชอบ

            ด้วยกฎหมายที่จะขุดลอกเอาที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยวิธีอื่น ๆ ฉะนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ดําเนินการตามโครงการและ

            เข้าใช้ที่ดินของผู้ฟ้องคดี  เพื่อดําเนินการขุดลอกขยายลําน้ําพะเนียง  และได้ก่อสร้างเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ํา

                       รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”
   283   284   285   286   287   288   289   290   291   292   293