Page 284 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 284
๑๔๘ | - ผ
ราชการรื้อถอน ตัดโค่นหรือใช้ที่ดินว่างเปล่าเป็นที่ทิ้งดินเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของตนอีกทั้งโครงการ
ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตําบลในท้องที่ให้ดําเนินการได้ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้จัดส่งชุด
ปฏิบัติการสํารวจทําการเก็บรายละเอียดระดับท้องน้ํา ระดับดินธรรมชาติ สภาพภูมิประเทศตามแนวลําน้ําแล้วได้จัดทํา
แปลนรูปตัดตามยาว รูปตัดตามขวาง ลําน้ําพะเนียงเดิม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาออกแบบ ให้มีผลกระทบต่อ
ราษฎรที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณสองฝั่งลําน้ําให้น้อยที่สุด โดยกําหนดขนาดความกว้างก้นลําน้ําประมาณ ๑๕ เมตร
ชานคัดดินกว้างประมาณ ๒ เมตร และมีลาดด้านข้าง ๑.๑.๕ เพื่อให้สามารถรองรับน้ําหนักดินด้านข้างลําน้ําห้วยพะเนียง
ให้ทรงตัวได้ และก่อสร้างคันดินถมบดอัดแน่นพร้อมลงลูกรังผิวจราจรกว้างประมาณ ๖ เมตร ตลอดแนวคู่ขนานสองฝั่งลํา
น้ํา เพื่อใช้เป็นทางลําเลียงขนย้ายผลผลิตทางการเกษตรของราษฎร และใช้เป็นพนังป้องกันมิให้น้ําเอ่อล้นจากลําน้ํา
พะเนียงในฤดูน้ําหลากไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎร รวมทั้งได้ก่อสร้างอาคารรับน้ําซึ่งมีประตูควบคุมการเปิด-
ปิด บริเวณทางน้ําหรือร่องน้ําให้สามารถระบายน้ําออกจากพื้นที่น้ําท่วมขังเพื่อลดปัญหากระทบด้านการเกษตรและ
สามารถกักเก็บน้ําไว้ใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร การประมง ในฤดูแล้ง และป้องกันน้ําท่วมในฤดูฝน ทั้งนี้เพื่อเพิ่ม
ศักยภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น จึงเห็นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ดําเนินการขุดลอกลําห้วย
พะเนียงก็เพื่อผลประโยชน์ของราษฎรรวมทั้งผู้ฟ้องคดี อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ดําเนินการเกลี่ยแต่งดินที่ขุดลอกจากลํา
น้ําไปทิ้งในที่นาของผู้ฟ้องคดีบางส่วนให้เรียบร้อยแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงยังสามารถทํานาได้ตามปกติ และสามารถปลูกพืช
ประเภทอื่นได้อีกเนื่องจากมีน้ําที่กักเก็บในลําพะเนียงอย่างสมบูรณ์ภายหลังการขุดลอก ซึ่งคาดว่าผู้ฟ้องคดีจะมีรายได้
เพิ่มขึ้น และนอกจากลําห้วยพะเนียงเดิมจะมีความกว้างประมาณ ๑๐ เมตรแล้ว ยังมีพื้นที่ชายตลิ่งอีกส่วนหนึ่ง ฉะนั้น การ
ขุดลอกลําห้วยพะเนียงจึงรุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีคิดเป็นค่าเสียหายไม่ถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น เมื่อผู้รับจ้างได้
เกลี่ยแต่งดินให้เรียบร้อยแล้ว และตามสภาพที่นาของผู้ฟ้องคดียังสามารถทํานาปลูกข้าวได้ตามปกติผู้ฟ้องคดีจึงไม่ได้รับ
ความเดือดร้อนเสียหาย และไม่มีสิทธิ์นําคดีมาฟ้องต่อศาล
ผู้ฟ้องคดีคัดค้านคําให้การว่า การดําเนินการขุดลอกลําน้ําพะเนียงดังกล่าวผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองหรือ
เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เคยชี้แจงข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบแก่ผู้ฟ้องคดีในฐานะเจ้าของ
กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตั้งอยู่ติดลําห้วยพะเนียงว่าการขุดลอกคลองตามโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการขุดลอกแบบ
ใด ขนาดเท่าใด จะกินเนื้อที่เข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีหรือไม่ อย่างไร และมีรูปแบบของคลองอย่างไร ดังนั้น ในขณะที่ผู้
ฟ้องคดีลงลายมือชื่อยินยอมในหนังสือยินยอมเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําในเขตจังหวัดหนองบัวลําภู จึงเป็นการให้ความ
ยินยอมให้ขุดลอกลําน้ําตามความหมายที่ผู้ฟ้องคดีเข้าใจว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะขุดลอกลําน้ําตามขนาดเดิมของลําห้วย
พะเนียงที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งมีขนาดความกว้างของลําน้ําที่กว้างที่สุดเพียงไม่เกิน ๑๐ เมตร เท่านั้น แต่กลับขุดลอกลําน้ําโดย
ขยายลําน้ําและก่อสร้างคันดินขนานไปตามลําน้ําขึ้นสูงกว่าระดับพื้นดินปกติ ซึ่งเดิมไม่มีคันดินกั้นระหว่างลําน้ํากับพื้นที่ดิน
ของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด เมื่อรวมพื้นที่ลําน้ําและคันดินแล้วจะกว้างประมาณ ๗๐ เมตร ซึ่งในบางช่วงมีขนาดกว้างถึง ๑๒๐
เมตร อีกทั้งในการประชุมราษฎรตามรายงานการประชุมราษฎรโครงการพัฒนาลุ่มน้ําลําพะเนียง ครั้งที่ ๘ / ๒๕๔๖ วันที่
๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ณ ศาลาวัดศรีบุญเรือง ตําบลบ้านขาม อําเภอเมืองหนองบัวลําภู จังหวัดหนองบัวลําภู ไม่
ปรากฏชื่อของผู้ฟ้องคดีหรือญาติของผู้ฟ้องคดีได้เข้าร่วมการประชุมด้วยแต่อย่างใด และตามรายงานประชุมดังกล่าวก็มิได้
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”

