Page 286 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 286
๑๕๐ | - ผ
ใจ หรือประมาทเลินเล่อ กระทําต่อผู้ฟ้องคดีโดยผิดกฎหมาย มีผลให้ผู้ฟ้องคดีเสียหายแก่ทรัพย์สิน อันเป็นการกระทํา
ละเมิด ซึ่งต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อเป็นกรณีที่การ
กระทําของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้กระทําการ ในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงต้องรับผิดต่อผู้ฟ้องคดี ซึ่ง
เป็นผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดดังกล่าว ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.
๒๕๓ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีเพียงใดนั้น เห็นว่าผู้ฟ้องคดีสูญเสียที่ดิน เนื่องจาก
การขุดลอกลําพะเนียงไป ๒ ไร่ ๑ งาน ๖๗ ตารางวา และทําเป็นถนนสาธารณะ จํานวน ๑ ไร่ ๑ งาน ๖๘ ตารางวา
รวมเป็นเนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา กรณีนี้ จึงฟังได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้นําที่ดินของผู้ฟ้องคดีไปใช้ประโยชน์ในการ
ดําเนินโครงการเป็นเนื้อที่รวม ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา ซึ่งสํานักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภู ชี้แจงว่าราคาประเมิน
ที่ดินตําบลหนองบัว ในส่วนที่จะแบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ และส่วนที่เป็นลําน้ําพะเนียงตารางวาละ ๑๐๐ บาท
ที่ดินของผู้ฟ้องคดี ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๒๖๘ ถูกขุดเป็นทางน้ํา และถนนสาธารณประโยชน์ จํานวน ๓ ไร่ ๓ งาน
๓๕ ตารางวา หรือ คิดเป็น ๑,๕๓๕ ตารางวา จึงมีความเสียหายที่คํานวณได้ โดยคิดตารางวาละ ๑๐๐ บาท รวมเป็น
เงิน ๑๕๓,๕๐๐ บาท ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย อันเกิดจากการดําเนินการตามโครงการขุดลอก
และพัฒนาลําน้ําพะเนียง เป็นเงินจํานวน ๑๕๓,๕๐๐ บาท ให้กับผู้ฟ้องคดี
ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นเงิน
๑๕๓,๕๐๐ บาท ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่มีคําพิพากษาถึงที่สุด
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์ว่า ในการประชุมครั้งที่ ๘ / ๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
ถึงแม้ผู้ฟ้องคดี หรือญาติของผู้ฟ้องคดีจะไม่ได้เข้าประชุม แต่มีผู้นําหมู่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลที่เกี่ยวข้อง
ได้เข้าร่วมประชุมด้วย และตามหลักในการปฏิบัติราชการโดยทั่วไป เมื่อผู้นําหมู่บ้านไปประชุมร่วมกับหน่วยราชการ
ระดับอําเภอและจังหวัดมาแล้ว ผู้นําหมู่บ้าน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบล จะต้องเรียกประชุมลูกบ้าน เพื่อ
เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการขุดลอกลําห้วยพะเนียงดังกล่าว ว่าจะขุดขยายลําห้วยออกไปอีกข้างละ ๓๕ เมตร จากแนว
ศูนย์กลางลําน้ํา รวมทั้งมีการก่อสร้างถนนกว้าง ๖ เมตร รอบลําห้วยพะเนียง เพื่อให้ความสะดวกแก่ราษฎร และผู้ฟ้องคดี
ในการขนส่งพืชไร่ และราษฎรบางรายจะได้รับผลกระทบจากการขุดลอกลําห้วยพะเนียง โดยทางราชการไม่มีค่าชดเชย
ให้ ซึ่งการขยายลําห้วยพะเนียงออกไปข้างละ ๓๕ เมตร จากแนวศูนย์กลางลําน้ําดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจะต้องทราบดีว่า
จะต้องขุดล้ําเข้าไปในที่นาของผู้ฟ้องคดีบางส่วน แต่ผู้ฟ้องคดี และญาติ ๆ ของผู้ฟ้องคดีก็ไม่ได้คัดค้านโต้แย้งแต่อย่างใด
อีกทั้งผู้ฟ้องคดีได้ลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอม ฉบับลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ซึ่งในหนังสือยินยอมฉบับดังกล่าว
มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “เพื่อพัฒนาแหล่งน้ําที่อยู่ติดกับที่ดินที่ข้าพเจ้าครอบครองอยู่ โดยข้าพเจ้าจะไม่เรียกร้อง เพื่อ
ขอรับค่าชดเชยใด ๆ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาดังกล่าว” เมื่อนําข้อความในหนังสือการแปลเจตนาของคู่สัญญา และ
ข้อเท็จจริงอื่น ๆ ทั้งหมดมาพิจารณาประกอบกันแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เห็นว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กับพวก ขุดเอา
ดินของผู้ฟ้องคดีขยายลําห้วยพะเนียง ก็เป็นผลมาจากการพัฒนาแหล่งน้ําพะเนียง ตามข้อความในหนังสือยินยอม เพื่อ
การพัฒนาแหล่งน้ําในเขตจังหวัดหนองบัวลําภู ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ดังกล่าว อันเป็นการแสดงเจตนายินยอม
ยกที่ดินให้แก่ทางราชการหรือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ํา (ขยายลําห้วยพะเนียง) โดยไม่เรียกร้องค่าชดเชยใด ๆ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”

