Page 287 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 287
ผ - | ๑๕๑
และการยกที่ดินให้พัฒนาแหล่งน้ําขยายลําห้วยพะเนียงของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว เป็นการยกที่ดินให้เป็นที่สาธารณประโยชน์
ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ว่า ไม่จําต้องทําเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
แล้ว ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักเกณฑ์ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และประมวลกฎหมายที่ดิน ฉะนั้น การกระทํา
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กับพวก จึงไม่เป็นการกระทําละเมิดสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดี เพราะผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอม และแสดง
เจตนาไม่ขอเรียกร้องค่าชดเชยใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือฉบับดังกล่าวแล้ว อีกทั้งการที่ทางราชการทําการพัฒนาลํา
ห้วยพะเนียง ทําให้สามารถกักเก็บน้ําไว้ใช้ประโยชน์มากขึ้น และลดปัญหาน้ําท่วมในฤดูฝน นอกจากนี้ การมีถนนเลียบ
ลําห้วย ก็ทําให้ผู้ฟ้องคดีสามารถลําเลียงขนย้ายผลผลิตทางการเกษตรได้สะดวกมากขึ้น และเป็นเหตุให้ที่ดินส่วนที่เหลือ
ของผู้ฟ้องคดีมีมูลค่าราคาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม การที่ผู้ฟ้องคดีได้รับประโยชน์จากการขุดลอกขยายลําห้วยพะเนียงหลาย
ประการดังกล่าวข้างต้น ผู้ฟ้องคดี จึงไม่ควรที่จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายเต็มตามจํานวนที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา
ควรได้รับเพียง ๒๕,๐๐๐ บาท ขอศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น โดยให้ยกคําฟ้อง
ของผู้ฟ้องคดีเสีย
ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า ผู้ฟ้องคดีเห็นพ้องด้วยกับคําพิพากษาของศาลในส่วนที่พิพากษาว่า การกระทํา
ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ทําการขุดที่ดิน เพื่อขยายเป็นคลองและนําดินมาถมเป็นถนนคันคลองของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการกระทํา
ละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และกําหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ฟ้องคดียังไม่อาจเห็นพ้องด้วยกับคํา
พิพากษา ที่กําหนดค่าเสียหายให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดเชยให้แก่ผู้ฟ้องคดี ในราคาที่ดินตารางวาละ ๑๐๐ บาท เนื้อที่ ๓ ไร่ ๓
งาน ๓๕ ตารางวา เป็นเงินเพียง ๑๕๓,๕๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ค่าทดแทนที่ผู้ฟ้องคดีเรียกร้องจากผู้ถูกฟ้องคดี ใน
อัตราราคาที่ดินเมื่อคํานวณแล้ว ผู้ฟ้องคดีประสงค์เรียกค่าทดแทน ในอัตราตารางวาละประมาณ ๒๖๐ บาท ซึ่งเป็น
ราคา และคําขอที่เหมาะสมเป็นธรรมแก่พฤติการณ์ และความร้ายแรงแห่งละเมิดในคดีนี้แล้ว การกําหนดค่าทดแทน
ความเสียหายในอัตราที่สูงกว่าราคาประเมิน นอกจากจะเป็นการกําหนดราคาตามจริงแล้ว ยังเป็นไปเพื่อเป็นการกําหนด
บทลงโทษให้ผู้ถูกฟ้องคดีหลาบจําในการกระทําละเมิดที่ไม่ควรเกิดขึ้น ค่าทดแทนและค่าเสียหายดังกล่าว จึงมิใช่เป็นค่า
ทดแทนที่คํานึงถึงแต่ความเสียหายและประโยชน์ต่อสังคม ขอศาลปกครองสูงสุดแก้คําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น
จากเดิมที่พิพากษาให้ ตารางวาละ ๑๐๐ บาท เนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา เป็นเงิน ๑๕๓,๕๐๐ บาท เป็นให้ผู้ถูก
ฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี ในอัตรา ตารางวาละ ๒๖๐ บาท ในที่ดินเนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา เป็นเงิน
๓๙๙,๑๐๐ บาท โดยเพิ่มจากที่ศาลปกครองชั้นต้นกําหนด ให้เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๔๕,๖๐๐ บาท
ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแก้อุทธรณ์ว่า ก่อนการดําเนินการได้มีการประชุมผู้นําชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน และ
กํานัน) องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และราษฎรผู้ที่จะมีผลกระทบ ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน ประกอบกับผู้ฟ้องคดีได้ลง
นามในหนังสือยินยอม ให้ทางราชการใช้ที่ดิน เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ํา ไม่ขอเรียกร้องเพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ อันเป็น
ผลมาจากการพัฒนาดังกล่าว การดําเนินการของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่เป็นการกระทําละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด และ
เมื่อผู้ฟ้องคดีได้ลงนามในหนังสือยินยอมว่า “ไม่ขอเรียกร้องเพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ” จึงเป็นการยกที่ดินให้แก่ทาง
ราชการ เพื่อให้เป็นสาธารณประโยชน์ ตามนัยคําพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๐๕ / ๒๕๒๗ ขอศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับ
เป็นคําฟ้องของผู้ฟ้องคดีเสีย
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”

