Page 285 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 285

ผ -  | ๑๔๙



               ชี้ให้เห็นว่าที่ดินของราษฎรที่อยู่ติดกับลําพะเนียงจะต้องสูญเสียที่ดินไปเป็นจํานวนเนื้อที่เท่าใด และจะเกิดความเสียหาย

               อย่างไรบ้างจากการที่จะต้องถูกขุดลอกและถูกนําดินมาถมเป็นคันดินขนานลําน้ําห้วยพะเนียง
                              ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การเพิ่มเติมว่า  คดีนี้ไม่เป็นการละเมิดต่อสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด เนื่องจากผู้

               ฟ้องคดีได้ลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําในเขตจังหวัดหนองบัวลําภูภายหลังจากที่ได้รับคําชี้แจง

               แล้ว โดยในหนังสือยินยอมผู้ฟ้องคดีจะไม่ขอเรียกร้องเพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาดังกล่าว

               ประกอบกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภู ประธานในที่ประชุมได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า  ราษฎรบางส่วนจะได้รับ

               ผลกระทบจากการขุดลอกลําห้วยพะเนียง และการขุดลอกลําห้วยพะเนียงครั้งนี้ไม่มีค่าตอบแทน  จึงได้ชี้แจงต่อองค์กร

               ปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้นําชุมชน  และราษฎรบางส่วน   เพื่อขอมติให้ความเห็นชอบ ก่อนลงมือดําเนินโครงการ  ซึ่ง

               ผู้ใหญ่บ้านบ้านหินได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า  โครงการขุดลอกพัฒนาลุ่มน้ําลําพะเนียงมีทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าขุดลอกแล้วมี
               ผลอย่างไร จะติดตามผลและคอยแก้ไข ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้นําชุมชนและราษฎรทราบข้อเท็จจริงและปัญหาที่จะ

               เกิดขึ้นตามมาอยู่แล้วและหากไม่ทําถนนเป็นพนังกั้นไว้ก็ไม่สามารถกักเก็บน้ําไว้ได้ และยังทําให้ประชาชนสัญจรไปมา

               ตลอดจนขนย้ายผลผลิตทางการเกษตรได้สะดวก ส่วนดินที่นํามาถมในที่นาของผู้ฟ้องคดี ผู้รับจ้างได้เกลี่ยให้อยู่ในสภาพ

               สามารถทํานาได้เรียบร้อยแล้ว และคดีนี้ไม่ใช่เรื่องการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่ต้องใช้กฎหมายว่าด้วยการเวนคืน

               อสังหาริมทรัพย์มาบังคับใช้แต่อย่างใด
                              ศาลปกครองชั้นต้นได้แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมปรากฏว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่

               ๒๔๒๖๘ ถูกขุดลอกเป็นลําพะเนียง ๒ ไร่ ๑ งาน ๖๗ ตารางวา ถูกทําเป็นถนนเลียบลําพะเนียง ๑ ไร่ ๑ งาน ๖๘ ตารางวา

               รวมเนื้อที่ดินที่ถูกรุกล้ํา ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา  สําหรับราคาประเมินที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๒๖๘ ของผู้ฟ้องคดี

               มีราคาประเมินตารางวาละ ๑๐๐ บาท

                              ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๔๒๖๘ เลขที่ ๑๗๗
               ตําบลหนองบัว  อําเภอเมืองหนองบัวลําภู  จังหวัดหนองบัวลําภู  ได้ถูกขุดลอกเป็นส่วนของลําน้ําพะเนียงจํานวน ๒ ไร่ ๑

               งาน ๖๗ ตารางวา และทําเป็นถนนสาธารณประโยชน์จํานวน ๑ ไร่ ๑ งาน ๖๘ ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่ที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้

               ในการดําเนินโครงการขุดลอกและพัฒนาลําพะเนียงจากที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นเนื้อที่รวม ๓ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา โดย

               ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้มีการดําเนินการเวนคืนที่ดินของผู้ฟ้องคดีในส่วนดังกล่าวตามกฎหมาย  ว่าด้วยการเวนคืน

               อสังหาริมทรัพย์  หรือได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินของผู้ฟ้องคดีในกรณีดังกล่าว  แม้ผู้ฟ้องคดีได้ทําหนังสือยินยอม  ลงวันที่

               ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ให้ทางราชการรื้อถอน ตัดโค่น หรือใช้ที่ดินที่ว่างเปล่าเป็นที่ทิ้งดินเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ําซึ่งติด

               กับที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยจะไม่เรียกร้องเพื่อขอรับค่าชดเชยใด ๆ อันเป็นผลจากการพัฒนาแหล่งน้ําในเขตจังหวัด
               หนองบัวลําภู  แต่การยินยอมของผู้ฟ้องคดีก็เป็นเพียงยินยอมให้รื้อถอน ตัดโค่น หรือใช้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพื่อพัฒนาแหล่ง

               น้ํา  มิใช่การยินยอมยกที่ดินให้เพื่อใช้เป็นทางน้ําหรือทางสาธารณประโยชน์  ทั้งการยินยอมก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า  ผู้

               ฟ้องคดีต้องเสียที่ดินไปเป็นจํานวนเท่าใด  การที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้นําที่ดินของผู้ฟ้องคดีไปใช้เป็นทางน้ํา  และถนน

               สาธารณประโยชน์  จึงเป็นการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดี  การกระทําดังกล่าว  จึงเป็นการกระทําโดยไม่ชอบ

               ด้วยกฎหมาย  ดังนั้น กรณีนี้  จึงต้องถือว่าเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้อํานาจตามกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่  โดยจง


                         รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”
   280   281   282   283   284   285   286   287   288   289   290