Page 53 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 53
51
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒.๖ สิทธิผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ โยกย้�ยถิ่นฐ�น และปัญห�ก�รค้�มนุษย์
กรณี
โรฮิงญ�
เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๒ สำานักข่าว บีบีซี เสนอข่าวว่า ทางการไทยได้ผลักดันไม่ให้
ชาวโรฮิงญาขึ้นฝั่ง โดยอ้างว่า ประชาชนบริเวณชายฝั่งเกิดความหวาดกลัว แม้ชาวโรฮิงญาจะไม่เคย
มีประวัติทำาร้ายคนไทย แต่หากว่าอยู่ในสภาวะกดดันอาจนำามาซึ่งการก่อความรุนแรงขึ้นได้ และมี
ชาวโรฮิงญา จำานวน ๗๘ คนถูกจับกุมขณะใช้เรือลักลอบเดินทางเข้ามาในน่านน้ำาไทย ส่วนใหญ่มี
สภาพอิดโรย โดยกล่าวว่าระหว่างเดินทางได้ถูกทหารพม่าจับกุม ทำาร้ายร่างกาย และควบคุมตัวไว้
จนกระทั่งถูกปล่อยตัวมาและถูกทางการไทยจับกุมตัวในที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ของไทยได้นำาอาหาร
และน้ำามาให้ พร้อมนำาผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าทำาการรักษา ผู้บังคับการตำารวจภูธรจังหวัดระนองได้ส่ง
ฟ้องต่อศาลจังหวัดระนองในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
เมื่อศาลพิพากษาและได้รับโทษแล้วก็จะส่งตัวให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองระนองเพื่อส่งกลับออกนอก
ประเทศตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
จากกรณีดังกล่าว เป็นเหตุให้รัฐบาลถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและต่างประเทศถึง
ความไร้มนุษยธรรมที่ผลักดันผู้ลี้ภัย ๗๘ คน ออกไป ซึ่งเสี่ยงต่อความเสียหายของภาพลักษณ์ใน
สายตาประชาคมโลก อย่างไรก็ดี องค์กรสิทธิมนุษยชนได้ท้วงติงและให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใน
การจัดการกับปัญหานี้ด้วยความยืดหยุ่น และดำาเนินการเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้องบนพื้นฐานของ
การเคารพสิทธิมนุษยชนและหลักแห่งมนุษยธรรม
กสม. ได้ตรวจสอบและเข้าเยี่ยมชาวโรฮิงญาที่สำานักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู และยังคง
ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในปี ๒๕๕๒ เนื่องจากรัฐบาลบังคลาเทศได้พิสูจน์สัญชาติและ
ได้รับชาวโรฮิงญากลับประเทศ ๒๘ คน แต่รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับว่าชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ เป็นประชาชน
ของประเทศตน

