Page 51 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 51

49


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                              ในขณะเดียวกัน กลุ่มลูกจ้างผู้ใช้แรงงานในระบบที่มีอยู่ประมาณ ๙ ล้านคน  ยังคงพบ

                     ปัญหาอยู่มาก เช่น การใช้สิทธิของลูกจ้าง ได้แก่ ระบบประกันสังคม  กองทุนเงินทดแทน ซึ่งปัญหา
                     ที่พบในการใช้สิทธิของลูกจ้าง คือ ในส่วนของกองทุนเงินทดแทน  รัฐยังไม่มีการเปิดเผยให้ลูกจ้าง
                     ทั้งหมดทราบข้อมูลข่าวสารเท่าที่ควร เมื่อเกิดการเจ็บป่วยจากการทำางาน จึงถูกผลักให้ใช้สิทธิใน

                     ระบบประกันสังคม ให้กลายเป็นการเจ็บป่วยนอกการทำางานไป  ทำาให้ลูกจ้างไม่ได้ใช้สิทธิในส่วน
                     ของกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะชดเชยค่าเสียหายของลูกจ้าง  สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการ
                     ที่โรงพยาบาลยังขาดบุคลากรทางการแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม เพราะแพทย์ทั่วไป

                     อาจวินิจฉัยคลาดเคลื่อนได้ เมื่อวินิจฉัยไม่ถูกต้อง ลูกจ้างก็ต้องอุทธรณ์หรือเข้าสู่กระบวนการทางศาล
                     ทำาให้ยากลำาบาก เนื่องจากไม่มีทนายความที่ช่วยเหลือในเรื่องนี้  เรื่องระบบการวินิจฉัยโรค จึงควรมี

                     มาตรฐานเดียวกัน โดยทุกโรงพยาบาลควรมีคลินิกแพทย์อาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
                              ปัญหาการเข้าถึงสิทธิในสุขภาพของแรงงาน  เกิดจากการที่รัฐยึดอำานาจการดำาเนินการไว้
                     ทั้งหมด เช่น การเก็บเงิน  การวินิจฉัยโรคและการจ่ายเงินอยู่ในองค์กรเดียวกัน  การต่อสู้เรียกร้อง

                     นำามาสู่การบัญญัติ มาตรา ๔๔ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐  บัญญัติว่า
                     “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทำางาน  รวมทั้งหลักประกัน

                     ในการดำารงชีพ ทั้งในระหว่างการทำางานและเมื่อพ้นภาวะการทำางาน  ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ”
                             อย่างไรก็ตาม แม้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรานี้แล้ว  ในทางปฏิบัติลูกจ้างก็ยัง

                     ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิดังกล่าวได้อยู่เช่นเดิม  เนื่องจากยังขาดอำานาจการต่อรองในการเรียกร้องจาก
                     นายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมาย  หาไม่แล้วอาจถูกปลดออกจากการทำางานได้โดยง่าย ดังเช่นกรณี

                     เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือกรณีนางสมบุญ  ศรีคำาดอกแค
                     คนงานโรงงานทอผ้ากรุงเทพ ที่ต้องต่อสู้ในเรื่องสิทธิในสุขภาพ  และหลักประกันในความปลอดภัย
                     มายาวนานกว่า ๑๕ ปี จนศาลมีคำาพิพากษาให้ได้รับการชดเชย




                                      นโยบ�ยด้�นแรงง�นกับรูปธรรม ปัญห�ก�รปลดออกและเลิกจ้�ง


                             ผู้นำาสหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย  กรรมการและสมาชิกของสหภาพฯได้รับ
                     คำาสั่งให้ออกจากงาน เมื่อปลายเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ข้อหาประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ขัดขืนคำาสั่ง

                     ผู้บังคับบัญชา ปิดกั้นการเดินรถ ไม่ให้ความร่วมมือในการบริการผู้โดยสาร  เนื่องจาก ทางสหภาพฯ
                     อ้างเหตุที่รถไฟขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีความสำาคัญ  ซึ่งอาจ

                     เสี่ยงต่อชีวิตของผู้โดยสารได้  อย่างไรก็ดี มีการปลดผู้นำาสหภาพ
                     แรงงานออกจากงาน  และห้ามมิให้เข้ามาในพื้นที่ของการรถไฟฯ
                     ในช่วงจังหวะเดียวกันกับที่มีการเจรจาทำาข้อตกลงกันระหว่างผู้บริหาร

                     และสหภาพแรงงาน ฯ โดยมีประจักษ์พยาน ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด
                     ผู้กำากับการสถานีตำารวจภูธรในพื้นที่  และรัฐมนตรีช่วยว่าการ

                     กระทรวงมหาดไทย
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56