Page 50 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 50
48
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
๒.๕ สิทธิผู้ใช้แรงง�น แรงง�นนอกระบบ และแรงง�นต่�งด้�ว
แนวคิดหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี มีการใช้คำาว่า
Decent Work การทำางานที่มีคุณค่าหรือสัมมาชีพ ประกอบด้วย ๔ หลัก คือ
หลักที่หนึ่ง สิทธิพื้นฐานในการทำางานของแรงงานทั่วโลก ๔ ด้านคือ (๑) ห้ามบังคับเกณฑ์
แรงงาน ยกเว้นในกรณีฉุกเฉิน และในสถานการณ์จำาเพาะ (๒) การห้ามการเลือกปฏิบัติ การได้รับ
การปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน การมีโอกาสในการทำางาน และการได้รับความรู้ในการทำางาน (๓) ห้าม
ใช้แรงงานเด็ก คือ ผู้ที่อยู่ในวัยของการศึกษาขั้นบังคับ เนื่องจากต้องการให้เด็กได้รับการพัฒนาขั้น
พื้นฐานอย่างเต็มที่ก่อน และงานต้องไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก และ (๔) สิทธิในการรวมกลุ่ม รวมตัว
ต่อรอง โดยหลายประเทศยังไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมสิทธิดังกล่าว
หลักที่สอง การส่งเสริมให้มีงานที่มั่นคง มีโอกาสในการพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถเข้าถึง
ตลาด และแหล่งสินเชื่อต่างๆ ได้
หลักที่ส�ม การมีตัวแทนที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งเชื่อมโยงจากการรวมตัวต่อรอง
ถือเป็นหลักประกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม การมีตัวแทนของผู้มีส่วนร่วมมาจากภาคส่วนต่างๆ
หลักที่สี่ การคุ้มครองทางสังคมในหลายประเทศ คือ การขยายสวัสดิการให้สำาหรับบุคคล
ที่ไม่ได้ทำางานในระบบ หรือมิใช่ข้าราชการ ลูกจ้าง นายจ้าง
สถานการณ์ในช่วง ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๒ คือ มีสถานการณ์ที่แรงงานถูกละเมิดสิทธิ โดยภาค
อุตสาหกรรมใช้กลไกสัญญาจ้างเหมาชั่วคราว (sub contract) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงาน
ส่งผลให้แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขเรื่อง
สัญญาจ้างชั่วคราวที่สั่นคลอนความมั่นคงของแรงงาน เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างแท้จริง
ทำาให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการว่างงานให้มากกว่านี้
มีมาตรการที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง ขณะที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานต้องการรวมกลุ่มกันให้เหนียวแน่นเพื่อ
เรียกร้องสิทธิ เพราะปัจจุบันขบวนการแรงงานมีปัญหาแตกแยกภายใน ทำาให้ขาดความเป็นเอกภาพ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก โดยเมื่อปี ๒๕๕๑ มีการแก้ไข
กฎหมายแรงงานสองฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ และ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ เพื่อให้การคุ้มครองลูกจ้างมีประสิทธิภาพ
และให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองมากขึ้น นอกจากนี้ ในยุคโลกาภิวัตน์ การเคลื่อนย้ายฐานการผลิต
ของโรงงานไปยังประเทศต่างๆ ได้อย่างเสรี ก็ทำาให้แรงงานสามารถจัดการกับปัญหาของตนในทาง
สากลได้มากขึ้น และมีกลไกสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานเข้ามาช่วยเหลือแรงงานมากขึ้น

