Page 47 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 47

45


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                     ผู้หญิงและเด็ก  ที่ได้รับแจ้งมี ๓๓,๐๐๐ คดี  มีการทำาร้ายกัน  เด็กตีกัน ๑,๐๑๐ ครั้ง  ในปี ๒๕๕๒
                     สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมในการใช้รุนแรงเข้าแก้ปัญหาด้วยการทำาร้ายกัน เด็กและเยาวชนถูกจับอยู่ใน

                     สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมากขึ้น
                              สำาหรับเด็กติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์  ข้อมูลของสำานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวง

                     สาธารณสุข ได้รับรายงานผู้ป่วยเอดส์ที่เป็นเด็กอายุต่ำากว่า ๑๕ ปี สะสมตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๗ ถึง
                     พ.ศ.๒๕๕๒ รวมทั้งสิ้น ๒๐,๘๕๑ ราย เป็นเด็กติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ในปี ๒๕๕๑ จำานวน ๒๒๖ ราย
                     เป็นชาย ๑๒๔ ราย  และเป็นหญิง ๑๐๒ ราย  และเป็นเด็กติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์  ในปี ๒๕๕๒ จำานวน

                     ๖๙ ราย เป็นชาย ๓๔ ราย เป็นหญิง ๓๕ ราย
                              นอกจากนั้น  ยังมีการค้ามนุษย์  ปัญหาสำาคัญ คือ การขาดการบูรณาการการทำางานเรื่อง

                     เด็ก และไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ






                                               ๒.๓ สิทธิผู้พิก�ร และสิทธิของผู้สูงวัย













                              ที่ผ่านมา  รัฐบาลมักเห็นว่า ผู้พิการเป็นกลุ่มคนที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ ฟื้นฟู เยียวยา

                     ถือเป็นการมองแบบรัฐสงเคราะห์และเห็นผู้พิการเป็นผู้เจ็บป่วย  ทั้งที่ผู้พิการมีสิทธิที่จะเลือกใช้ชีวิต
                     ในด้านต่างๆ ด้วยตนเอง  รัฐต้องรับรองสิทธิเหล่านี้ให้เท่าเทียมกับคนปกติ  แต่ในทางปฏิบัติยังไม่เป็น
                     เช่นนั้น  อย่างไรก็ดี ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ  เมื่อเดือนกรกฎาคม

                     พ.ศ.๒๕๕๑
                              กรณีนักศึกษาพิการผู้หนึ่งจะสอบใบอนุญาตทนายความ  เจ้าหน้าที่ไม่กล้ารับรองว่า

                     นักศึกษาพิการผู้นั้นมีสิทธิ ต้องขอให้ทนายมาต่อสู้คดี  จนใช้เวลาถึง ๓ เดือนจึงได้สิทธินั้น
                              นอกจากนี้  รัฐบาลจะต้องเอื้ออำานวยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิ่งอำานวยความสะดวก
                     ต่างๆ ได้ตามสภาพการณ์ที่มีความเหมาะสม  โดยรัฐจะต้องส่งเสริมกลไกต่างๆ ให้เอื้อต่อการรับรอง

                     สิทธิประชาชนได้จริง เช่น การก่อสร้างอาคารและขนส่งมวลชนต่างๆ จะต้องมีสิ่งอำานวยความสะดวก
                     แก่ผู้พิการให้ครบถ้วนบริบูรณ์ เช่น สนามบิน  รถเมล์ขนส่งมวลชน  ห้องน้ำาตามสถานที่ต่างๆ  ห้าง
                     สรรพสินค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น  แต่ในความเป็นจริง ยังมีปัญหาในการปฏิบัติ เช่น การทำา

                     ทางลาดแก่ผู้พิการที่ใช้งานไม่ได้จริง หรือการออกแบบเครื่องมือ อุปกรณ์อำานวยความสะดวกต่างๆ
                     ที่ไม่เอื้อต่อผู้พิการ เป็นต้น
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52