Page 45 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 45

43


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                     กระตุ้นมากถึงร้อยละ ๒๔ โดยผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๑
                     นอกจากนี้ การล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำางานเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง  เนื่องจากมีเพิ่มมากถึง

                     ๑๘ รายหรือร้อยละ ๒๒ จากปี ๒๕๕๑ มีเพียง ๘ ราย โดยมีหลายรูปแบบ ทั้งการแตะเนื้อต้องตัว
                     ดักรอ พบเจอ ข่มขู่ อนาจาร  บางรายถึงขั้นมอมยาลูกจ้างและใช้อาวุธปืนขู่ แล้วพยายามข่มขืน

                     โดยผู้เสียหายบางรายดำาเนินคดีและร้องเรียนทางวินัย แต่กลับถูกหน่วยงานและเพื่อนร่วมงาน
                     มองว่ากระด้างกระเดื่องต่อหัวหน้า อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้กระทำายังมีพฤติกรรมกระทำาความรุนแรง
                     ต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ตามมา

                              พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑  มีผลบังคับใช้เมื่อ
                     วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑  โดยกฎหมายอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำารวจขึ้นไปตรวจค้นสถานที่ใดก็ได้ที่

                     มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โดยไม่ต้องมีหมายศาล และสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข้อมูล ภาพ เสียง
                     ของผู้เสียหายกระทำาความผิดตามกฎหมายนี้ มีโทษจำาคุกไม่เกิน ๖ เดือน ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
                     หรือทั้งจำาทั้งปรับ  ถือเป็นประเด็นที่มีความคืบหน้าที่น่าห่วงใยในปัญหาที่กระทบต่อสตรีและเด็กด้วย

                     หากเจ้าหน้าที่ใช้อำานาจตามกฎหมายไปในทางที่แสวงหาประโยชน์และเป็นการกระทำาอันมิชอบ

                            พระราชบัญญัติคำานำาหน้านามหญิง พ.ศ.๒๕๕๑  มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๑
                     อันเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๕๑  ซึ่งจะทำาให้สตรีมีทางเลือกในการใช้
                     คำานำาหน้านาม และชื่อสกุล ได้ตามความสมัครใจ  ทั้งนี้ สำาหรับหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วจะใช้

                     คำานำาหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ โดยจะต้องนำาหลักฐานประกอบด้วย
                     ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน ไปยื่นคำาร้องขอเปลี่ยนที่สำานักงานเขตตามที่มีชื่อ

                     อยู่ในทะเบียนบ้าน  สำาหรับหญิงที่การสมรสสิ้นสุดลงจะใช้คำานำาหน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว”
                     ได้ตามความสมัครใจเช่นเดียวกัน โดยจะต้องนำาใบสำาคัญการจดทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้าน และบัตร
                     ประชาชน ไปยื่นคำาร้องขอเปลี่ยนที่สำานักงานเขตตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเช่นเดียวกัน  ส่วนหญิง

                     ที่จดทะเบียนสมรสแล้วจะใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อ
                     สกุลเดิมของตนก็ได้  สำาหรับหญิงที่กำาลังจะจดทะเบียนสมรสนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะสอบถามก่อนว่าจะ
                     ใช้นามสกุลของใคร
   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50