Page 42 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 42
40
40
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒๑-๒๕๕๒
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕
กรณี
ก�รประก�ศใช้พระร�ชบัญญัติก�รรักษ�คว�มมั่นคงภ�ยในร�ชอ�ณ�จักร พ.ศ.๒๕๕๑
พระร�ชกำ�หนดก�รบริห�รร�ชก�รในสถ�นก�รณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘
และพระร�ชบัญญัติกฎอัยก�รศึก พ.ศ.๒๔๕๗
นับแต่ต้นปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็น
การใช้อำานาจตามมาตรา ๕ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์
ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำากัดสิทธิและเสรีภาพ
ของบุคคล เมื่อเกิดเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงและขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔
ที่พัทยา
และในเวลาต่อมา รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑ อีก ๓ ครั้ง กล่าวคือ
ครั้งแรก ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรี
ต่างประเทศคู่เจรจา และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมือง
และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒
ที่จังหวัดภูเก็ต
ครั้งที่ ๒ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง
(15 ASEAN Summit and Related Summit) ในวันที่ ๑๒-๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒
th
โดยประกาศให้พื้นที่อำาเภอชะอำา จังหวัดเพชรบุรี อำาเภอหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และทะเลอาณาเขตชายฝั่ง ตำาบลชะอำา อำาเภอชะอำา
จังหวัดเพชรบุรี และตำาบลหัวหิน ตำาบลหนองแก อำาเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เว้นเขตพระราชฐานวังไกลกังวล เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อ
ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้การบริหารจัดการในการรักษา
ความปลอดภัยในการประชุม
ครั้งที่ ๓ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๕๑ ในพื้นที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ระหว่างวันที่ ๑๕-๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ เพื่อดูแลการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒

