Page 35 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 35

33


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                            สำาหรับเรื่องที่มีการร้องเรียนว่าถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน  และเรื่องที่ กสม. หยิบยกเพื่อ
                     ตรวจสอบในปี ๒๕๕๒ ซึ่งมีจำานวน ๗๒๓ เรื่อง  เมื่อจำาแนกข้อมูลตามประเภทสิทธิที่มีการร้องเรียนว่า

                     ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน พบว่า  มีการกระทำาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเภทสิทธิในกระบวนการ
                     ยุติธรรม สูงที่สุด จำานวน ๑๓๒ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๔๗  รองลงมาเป็นการกระทำาการละเมิดสิทธิ

                     ในชีวิตและร่างกาย จำานวน ๑๒๐ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๗๐  และพบว่าการละเมิดสิทธิในการ
                     สื่อสารต่ำาที่สุด จำานวน ๒ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๐.๒๙


                            เมื่อพิจารณาข้อมูลการร้องเรียน ในช่วงปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ พบว่า มีสถานการณ์การละเมิดสิทธิ
                     มนุษยชนที่สำาคัญ ๕ กลุ่ม ดังนี้

                            ๑. สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
                            ๒. สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และสิทธิของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม

                            ๓. สิทธิชุมชนในฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
                            ๔. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
                            ๕. สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสี่อำาเภอในจังหวัดสงขลา






                                          ๑. สิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง






                                  ๑.๑  สิทธิและเสรีภ�พของสื่อมวลชน และสิทธิเสรีภ�พในก�รสื่อส�ร


                            มาตรา ๔๗  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐  ได้บัญญัติให้สิทธิ
                     ในการจัดการคลื่นความถี่ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม  เป็นทรัพยากร

                     สื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ  และให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำาหน้าที่
                     จัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าว และกำากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการ

                     โทรคมนาคม
                            สถานการณ์ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ในด้านสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และสิทธิเสรีภาพในการ

                     สื่อสารมีทั้งความก้าวหน้าและถดถอย  โดยภายหลังการรัฐประหาร มีการผ่านพระราชบัญญัติการ
                     ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑ ที่มีเนื้อหากระทบต่อสิทธิมนุษยชน คือ

                     การให้อำานาจองค์กรอิสระสามารถสั่งระงับรายการที่กำาลังออกอากาศได้ทันทีด้วยวาจา  หากพบว่า
                     รายการนั้นลามกอนาจาร ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อความมั่นคงสงบเรียบร้อย
                     นอกจากนั้น หน่วยงานรัฐยังให้สามารถร้องขอให้จัดรายการได้ในกรณีที่เกิดเหตุอุทกภัย เหตุฉุกเฉิน

                     หรือเหตุความจำาเป็นอื่นๆ
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40