Page 34 - การติดตามการปฏิบัติตามกติกาอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
P. 34
การติดตามการปฏิบัติตามกติกา อนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
21
ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโน้มน้าวให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำาเนินการตามข้อ
เสนอแนะที่ปรากฏในรายงานและในการติดตามผล
ทั้งนี้ การแบ่งบทบาทหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นมิใช่เป็นการแบ่งอย่างเด็ดขาด
แต่เป็นการทำาให้ชัดเจนว่าผู้ที่จะมีบทบาทหลักในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการติดตาม
ควรเป็นผู้ใดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในการทำางาน การที่กล่าวว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติควรมีบทบาทหน้าที่ในขั้นตอนของการเผยแพร่รายงานและการติดตามผลนั้น
ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการฯ จะดำาเนินการในขั้นตอนดังกล่าวแต่เพียงลำาพัง
โดยไม่มีสำานักงาน กสม. สนับสนุน ผู้เขียนต้องขอชี้แจงเพื่อทำาความเข้าใจไว้ ณ ที่นี้ว่า
สำานักงาน กสม. จะต้องสนับสนุนการดำาเนินงานของคณะกรรมการฯ ในทุกขั้นตอน
ของกระบวนการติดตามตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ในขั้นตอนของการเผยแพร่รายงาน
และการติดตามผลนั้น เป็นขั้นตอนที่จะต้องระดมพลังจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อทำาให้เกิด
การปรับปรุงการปฏิบัติตามกติกา/อนุสัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโน้มน้าวผู้ที่อยู่
ในระดับนโยบาย การให้คณะกรรมการฯ ดำาเนินการในส่วนนี้จึงน่าจะช่วยให้ข้อเสนอแนะ
ในรายงานการติดตามตรวจสอบมีนำ้าหนักและอาจทำาให้หน่วยงานต่าง ๆ ให้ความสำาคัญ
กับการดำาเนินการตามข้อเสนอแนะมากขึ้น
การจัดระบบในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
สำาหรับการจัดระบบในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่หลัก
ของสำานักงาน กสม. นั้นในเบื้องต้นควรพิจารณาก่อนว่าหน่วยงานใดของสำานักงานฯ
มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เรื่องการแบ่งส่วนราชการภายใน และกำาหนดอำานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำานักงาน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553 แล้ว
5
พบว่าไม่มีส่วนราชการใดในสังกัดสำานักงาน กสม. ที่มีหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบ
การปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนโดยตรง แต่มีส่วนราชการ
ที่มีอำานาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามพันธกรณีฯ ดังนี้
5 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนที่ 43 ก เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2553

