Page 25 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 25
16
บทที่ 4
วิเคราะห์บริบทการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน า
ตามแนวทางสันติวิธี
4.1 นโยบาย กฎหมาย และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน าของประเทศไทย
ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของกฎหมายและหน่วยงานหรือภาคส่วนอื่น ๆ ที่มีความส้าคัญต่อ
การจัดสรรทรัพยากรน้้า ดังสรุปในแผนภูมิที่ 4.1 โดยจุดเปลี่ยนส้าคัญคือการประกาศใช้
พระราชบัญญัติทรัพยากรน้้า พ.ศ. 2561 ที่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งส้าคัญในการบริหารทรัพยากรน้้า
ของประเทศในเชิงบูรณาการให้มีทิศทางสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมได้อย่าง
รวดเร็ว ลดความซ้้าซ้อนด้านงบประมาณ แผนการด้าเนินงานที่เกี่ยวข้องกับน้้า และยังช่วยประสาน
ข้อมูลหน่วยงานรัฐให้คล่องตัวขึ้นทั้งภาวะปกติหรือวิกฤตต่าง ๆ อันก่อให้เกิดระบบข้อมูลทางน้้าที่มี
ความชัดเจน สามารถน้ามาใช้รับมือภัยพิบัติทางน้้าได้อย่างเป็นระบบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
(ส้านักงานทรัพยากรน้้าแห่งชาติ, 2562)
4.2 สถานการณ์และปัญหาด้านทรัพยากรน าของประเทศไทย
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (ในช่วงระยะเวลา 5 ปีหลัง) ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาด้าน
ทรัพยากรน้้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งภัยแล้ง น้้าท่วม ตลอดจนปัญหาคุณภาพของน้้า อย่างไรก็ตาม ปัญหา
ด้านทรัพยากรน้้าต่าง ๆ เริ่มเป็นที่ตระหนักและหลายภาคส่วนได้เล็งเห็นความส้าคัญของปัญหา
เหล่านั้นจากวิกฤตน้้าท่วมเมื่อปี พ.ศ. 2554 เป็นตัวกระตุ้นเนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหลาย
พื้นที่ที่ไม่เคยประสบภาวะน้้าท่วมมาก่อน ขณะเดียวกันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยส่งผลให้ประชาชน
ทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาได้สะดวก รวดเร็วและทันต่อเวลามากยิ่งขึ้น รวมถึง
สามารถเข้าถึงการรับแจ้งสภาวะการเตือนภัยต่าง ๆ ที่มีสาเหตุจากน้้าได้แม่นย้าและรวดเร็ว ดังนั้น
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาทรัพยากรน้้าของประเทศไทยอาจลดความรุนแรงลงด้วยศักยภาพ
การป้องกันและการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น
ในด้านศักยภาพทรัพยากรน้้าในประเทศ ข้อมูลสถิติปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศ 30 ปี
ย้อนหลังพบว่าปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศค่อนข้างแปรปรวนโดยมีทั้งปริมาณฝนเฉลี่ยสูงกว่าหรือ
ต่้ากว่าค่าปกติ หรือในปี พ.ศ. 2561 ประเทศไทยมีปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศสูงถึง 2,017.1 มิลลิเมตร
(ส้านักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้้าโขงแห่งชาติไทย, 2562) จากนั้นในปี พ.ศ. 2562 ลดลงเหลือ

