Page 22 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 22
13
บทที่ 3
วิธีด าเนินการวิจัย
3.1 พื นที่ท าการวิจัยและเกณฑ์การเลือกพื นที่
การพิจารณาเลือกพื้นที่ท้าการวิจัยประกอบด้วย (1) คัดเลือกจากสภาพพื้นที่ที่มีประชาชน
ได้รับผลกระทบจากปัญหาการบริหารจัดการน้้าเป็นอย่างมาก (2) คัดเลือกจากขนาดของพื้นที่และ
ความยาวของลุ่มน้้าที่ประชากรจะได้รับผลกระทบ และ (3) คัดเลือกจากสภาพการใช้สิทธิในการ
บริหารจัดการน้้า ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้ได้ก้าหนดพื้นที่เพื่อเป็นกรณีศึกษา จ้านวน 2 ลุ่มน้้า ได้แก่
(1) ลุ่มน าน่าน เป็นล้าน้้าสายหลักทางภาคเหนือ มีความยาวมากที่สุดในบรรดาแม่น้้าที่เป็นต้นน้้า
ลุ่มเจ้าพระยา ยาวประมาณ 750 กิโลเมตร พื้นที่ลุ่มน้้ารวมทั้งสิ้น 34,682.04 ตารางกิโลเมตร
ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด และ (2) ลุ่มน าชี เป็นแม่น้้าสายที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด มีพื้นที่ลุ่มน้้ารวมทั้งสิ้น 49,131.92 ตารางกิโลเมตร
ครอบคลุมพื้นที่ 16 จังหวัด ทั้งนี้ พื้นที่เป้าหมายและเหตุผลในการเก็บข้อมูลคือ
ลุ่มน าชี มีจุดก้าเนิดบนเทือกเขาภูเขียวในเขตอ้าเภอเกษตรสมบูรณ์ แต่ได้ไหลผ่านพื้นที่
ชุมชนต้าบลนางแดด อ้าเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นชุมชนแรกที่ได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้้า
และได้รับผลกระทบจากแม่น้้าชีก่อนพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้้าส้าคัญหลายสายของประเทศ
ลุ่มน าน่าน มีจุดต้นน้้าในฝั่งประเทศไทยที่ล้าน้้าน่านไหลมารวมกับล้าน้้าสาขาคือแม่น้้าสา
และแม่น้้าว้าในเขตพื้นที่ต้าบลไหล่น่าน อ้าเภอเวียงสา จังหวัดน่าน กลายเป็นแม่น้้าขนาดใหญ่
ประกอบกับข้อจ้ากัดด้านการเข้าพื้นที่ในเขตอ้าเภอบ่อเกลือที่ปกคลุมด้วยภูเขา พื้นที่เขตอ้าเภอเวียงสา
จึงเป็นจุดน้ามาพิจารณาในฐานะเป็นจุดยุทธศาสตร์ส้าคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชนมากที่สุด
3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ก้าหนดวิธีการเก็บข้อมูล 2 วิธี ได้แก่
(1) ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative) โดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ด้วย
แบบสอบถาม จ้านวน 800 ตัวอย่าง พื้นที่ละ 400 ตัวอย่าง ซึ่งคณะวิจัยร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคม
(CSOs) สถาบันการศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ในพื้นที่ทั้งแนวทางการท้าวิจัย
การวางแผนการท้าวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลในเชิงนโยบาย

