Page 23 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 23

14




                              (2) ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative) ใช้กระบวนการสนทนากลุ่มย่อย (Focus group discussion)
                       จ้านวน 6 ครั้ง พื้นที่ละ 3 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้น้าชุมชนและปราชญ์ชาวบ้าน

                       กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มประชาสังคมและนักวิชาการ

                       และการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ครอบคลุมผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยงาน
                       ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และประชาชนผู้เกี่ยวข้องในทั้งสองลุ่มน้้า

                       จ้านวน 50 คน


                       3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

                              เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย

                              (1) แบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ค้าถามเกี่ยวกับความรู้
                       ด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิการใช้น้้า ค้าถามเกี่ยวกับสิทธิและการใช้น้้าในชีวิตประจ้าวัน การบริหาร

                       จัดการแหล่งน้้าสาธารณะ/ธรรมชาติ ความขัดแย้งด้านทรัพยากรน้้าและการแก้ปัญหาแนวสันติวิธี

                       และข้อเสนอแนะทั่วไป ซึ่งเป็นแนวค้าถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามได้แสดงความคิดเห็น
                       อย่างอิสระ

                              (2) แนวค้าถามการสนทนากลุ่มย่อย (Focus group discussion) ประกอบด้วย ข้อค้าถาม

                       เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้้าธรรมชาติ การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก
                       แหล่งน้้าธรรมชาติ ปัญหาการจัดการน้้า การลดความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากรน้้าโดยสันติวิธี

                       แนวทางเชิงนโยบายในการแสวงหาความร่วมมือในการบริหารจัดการน้้าร่วมกัน (Co-management)

                       เป็นต้น


                       3.4 การพัฒนาเครื่องมือวิจัย

                              (1) การพัฒนาแบบสอบถาม มีขั้นตอนดังนี้ (1) ทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อก้าหนดกรอบ

                       ของข้อค้าถาม จากนั้นน้ามาพัฒนาเป็นแบบสอบถาม (2) น้าแบบสอบถามฉบับร่างส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ

                       ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและ
                       ธรรมาภิบาล ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิชุมชนและสันติวิธี และผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรน้้า (3) ปรับปรุง

                       ข้อค้าถาม (4) ทดลองใช้แบบสอบถาม (try out) ในพื้นที่ต้าบลดงหมู อ้าเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์

                       จ้านวน 30 ชุด  (5) น้าแบบสอบถามมาทดสอบความเชื่อมั่น (Reliability) โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ
                       แอลฟ่าของครอนบัค (Cronbach's alpha coefficient) ผลการทดสอบพบว่าโดยรวมอยู่ในระดับดี

                       (ส่วนที่ 2 = 0.619 ส่วนที่ 3 = 0.970 และส่วนที่ 4 =  0.926) โดยคณะผู้วิจัยได้ปรับปรุงข้อค้าถาม
                       ส่วนที่ 2 รวมถึงการปรับปรุงข้อความส่วนอื่น ๆ ให้ง่ายต่อความเข้าใจกับประชากรกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28