Page 19 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 19

10




                       2.3 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน  า


                              2.3.1 แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน  า 20 ปี

                              ภายใต้ข้อก้าหนดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 65 ได้แต่งตั้ง
                       คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้้าเพื่อด้าเนินการปรับปรุงเป็นแผนแม่บท

                       การบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ

                       แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสอดคล้องกับแผนพัฒนา
                       เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า

                       คือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ส้านักงาน

                       คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2559) และได้จัดท้าทิศทางการพัฒนาภาค
                       ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 เพื่อเป็นเครื่องมือในการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ (ส้านักงานทรัพยากรน้้า

                       แห่งชาติ, 2562) ทั้งนี้ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า 20 ปี ได้ให้ความส้าคัญต่อชุมชน

                       ในการมีส่วนร่วมจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้้าและส่งเสริมการจัดการน้้าชุมชน (ด้านที่ 6 การบริหารจัดการ)
                       โดยก้าหนดเป้าหมายให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้้าในพื้นที่ได้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการ

                       มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเกิดเครือข่ายการบริหารจัดการทรัพยากรน้้าชุมชน นอกจากนี้

                       แผนแม่บทฯ น้้า ยังให้ความส้าคัญต่อการอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้้าดังปรากฏในด้านที่ 5 การอนุรักษ์ฟื้นฟู
                       สภาพป่าต้นน้้าที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน



                              2.3.2 การจัดการทรัพยากรน  ากับเขตพื นที่ต้นน  า
                              ในความส้าคัญของพื้นที่ต้นน้้ากับการจัดการทรัพยากรน้้านั้น ส่วนวิจัยต้นน้้า (2556)

                       ได้อธิบายว่า “ต้นน้้า” หมายถึง ส่วนหนึ่งของพื้นที่ลุ่มน้้าที่อยู่บนพื้นที่สูง เช่น ภูเขา ส่วนค้าว่า “ลุ่มน้้า”

                       หมายถึง พื้นที่ที่อยู่เหนือจุด ๆ หนึ่งบนล้าธารโดยท้าหน้าที่รองรับน้้าฝนและล้าเลียงน้้าฝนในส่วนที่
                       เหลือจากการน้าไปใช้ของต้นไม้ การเก็บกักเอาไว้ในดิน และการรั่วซึมผ่านชั้นหินที่อยู่ใต้ชั้นดินออกนอก

                       พื้นที่ลุ่มน้้าไป โดยล้าเลียงน้้าในส่วนที่เกินนี้ลงสู่ล้าธารทั้งทางผิวดินและใต้ผิวดิน ดังนั้น “พื้นที่ต้นน้้า”

                       จึงหมายถึงพื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ลุ่มน้้าที่อยู่บนพื้นที่สูง โดยส่วนใหญ่เป็นภูเขาหรือเรียก
                       โดยทั่วไปว่าป่าต้นน้้า ทั้งนี้ ป่าต้นน้้ามีความส้าคัญต่อทรัพยากรน้้า เนื่องจากป่าต้นน้้าเป็นแหล่งของ

                       “น้้า” ที่เกิดขึ้นจากการตกสะสมของฝนบนพื้นที่ต้นน้้าโดยมีป่าไม้หรือพืชคลุมดินประเภทต่าง ๆ

                       ท้าหน้าที่แบ่งน้้าฝนที่ตกลงมาในแต่ละครั้งออกเป็นน้้าผิวดินและน้้าใต้ดิน จากนั้นลักษณะภูมิประเทศ
                       ของพื้นที่จะรับช่วงต่อไป โดยท้าหน้าที่ควบคุมการไหลของน้้าผิวดิน ในขณะเดียวกันดินจะท้าหน้าที่

                       ควบคุมการเคลื่อนตัวของน้้าใต้ผิวดิน ทั้งน้้าผิวดินและน้้าไหลใต้ผิวดินจะไหลและเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ต่้า
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24