Page 393 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 393

ไม่มีการฉีดสารเข้าหลอดเลือด ควรใช้ในการตรวจสอบเบื้องต้นของรอยแผลเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลันและเรื้อรัง

                    ในระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ถ้าการตรวจสอบเป็นลบ มีข้อสงสัยหรือไม่สามารถอธิบายอาการของ
                    ผู้รอดชีวิตจากการทรมานได้ ก็ควรตรวจต่อไปด้วย MRI การใช้ CT กับโพรงกระดูกรวมทั้งการตรวจแบบก่อน

                    และหลังฉีดสารทึบรังสีควรเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นของรอยแตกร้าวในขมับ โพรงกระดูกอาจชี้ให้เห็นถึงรอย
                    แตกร้าวและกระดูกหูชิ้นส่วนเล็กๆ ที่กีดขวางอยู่ การตรวจสอบก่อนฉีดสารทึบรังสีอาจชี้ให้เห็นของเหลวและ

                    ตุ่มเนื้อภายในหู เหตุที่แนะน�าให้ใช้สารทึบเนื่องมาจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่มักเกิดตามปกติในบริเวณ
                    นี้ ส�าหรับกรณีที่มีน�้ามูกใส ควรมีการฉีดสารทึบเข้าไปในกระดูกขมับ ควรตามมาด้วยการฉีดเข้าไปในน�้ากระดูก

                    สันหลัง นอกจากนั้น MRI อาจชี้ให้เห็นรอยฉีกซึ่งเป็นสาเหตุของการรั่วของของเหลว เมื่อสงสัยในน�้ามูกใส
                    ควรท�า CT ใบหน้าเพื่อตรวจเนื้อเยื่ออ่อนและโพรงกระดูก ตามด้วย CT การฉีดสารทึบเข้ากระดูกสันหลังและ

                    ท�า CT อีกครั้งหนึ่ง


                         (d)  การสร้างภาพโดยใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ

                    (Magnetic resonance imaging - MRI)


                         MRI มีความไวมากกว่า CT ในการหาความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ภาวะเลือดออก

                    ในระบบประสาทส่วนกลางแบ่งเป็นระยะทันที เฉียบพลันสูง เฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลันและเรื้อรัง เลือดออก
                    ในระบบประสาทส่วนกลางมีขอบเขตสัมพันธ์กับลักษณะภาพของการตกเลือด ดังนั้น ภาพที่ได้อาจช่วยในการ

                    ประมาณเวลาของอาการบาดเจ็บบริเวณศีรษะซึ่งสัมพันธ์กับเหตุการณ์ที่กล่าวหา เลือดออกในระบบประสาท
                    ส่วนกลางอาจฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ได้หรืออาจหลงเหลือตะกอนของวัตถุสีเหลืองในเม็ดโลหิตขาวซึ่งท�าให้ผล CT

                    เป็นบวกแม้ว่าจะผ่านไปหลายปี การตกเลือดในเนื้อเยื่ออ่อนโดยเฉพาะกล้ามเนื้อมักจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
                    ได้และไม่ทิ้งร่องรอยไว้ แต่อาจพบลักษณะของการจับตัวเป็นกระดูกได้ ซึ่งไม่พบบ่อยนัก เป็นสิ่งที่เรียกกันว่า

                    การเกิดของกระดูกผิดต�าแหน่ง หรือภาวะการเกิดกระดูกภายในกล้ามเนื้อ และมักตรวจพบด้วย CT




                    2.  การตรวจชิ้นเนื้อจากการบาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าจี้



                         การบาดเจ็บที่เกิดจากการจี้ด้วยไฟฟ้าอาจท�าให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางจุลกายวิภาค ซึ่งสามารถ

                    วินิจฉัยได้เฉพาะเจาะจงถึงการบาดเจ็บจากกระแสไฟฟ้า การไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉพาะเจาะจงใน
                    ตัวอย่างชิ้นเนื้อ ไม่หมายความว่าจะวินิจฉัยได้ว่าไม่มีการทรมานโดยการจี้ด้วยไฟฟ้า และบุคลากรด้านตุลาการ

                    ควรต้องตั้งสมมติฐานเช่นนี้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากศาลสั่งให้ผู้ยื่นค�าร้องที่อ้างว่าถูกทรมานโดยการจี้
                    ด้วยไฟฟ้า ไปรับการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันค�ากล่าวหา การปฏิเสธการตรวจนี้หรือผลที่ออกมาเป็นลบ จะท�าให้

                    เป็นผลเสียแก่รูปคดีในศาลได้ ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่มีประสบการณ์ในการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อจากการบาดเจ็บที่เป็น
                    ผลจากการทรมานโดยการจี้ด้วยไฟฟ้ายังมีไม่มากนัก การตรวจวินิจฉัยส่วนใหญ่มักจะอ้างอิงจากประวัติทาง

                    การแพทย์และผลการตรวจร่างกายเท่านั้น









                                                                                                             147
   388   389   390   391   392   393   394   395   396   397   398