Page 110 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 110
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 109
1) ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
1.1) คณะรัฐมนตรี โดยสำ�นักง�นปลัดสำ�นักน�ยกรัฐมนตรี กระทรวงก�รคลัง กระทรวงก�รพัฒน�
สังคมและคว�มมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมห�ดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงส�ธ�รณสุข สำ�นักง�น
คณะกรรมก�รกฤษฎีก�และหน่วยง�นที่เกี่ยวข้อง ควรร่วมกันพิจ�รณ�กำ�หนดให้มีหลักเกณฑ์กล�ง
ในก�รเยียวย�คว�มเสียห�ยเพื่อให้เกิดม�ตรฐ�นที่เท่�เทียมและเป็นธรรม โดยหลักเกณฑ์กล�งดังกล่�วควร
ครอบคลุมทุกมิติ คือ ผู้เสียห�ยทุกประเภท ทุกกลุ่มจ�กก�รละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่�จะเกี่ยวข้องกับรัฐ
ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม ในส่วนก�รเยียวย�นั้นก็จะต้องครอบคลุมถึงครอบครัวของผู้เสียห�ย หรือบุคคลอื่นที่
ผู้เสียห�ยให้ก�รดูแล รวมถึงก�รเยียวย�ด้�นมนุษยธรรมด้วย ทั้งนี้ ในระยะแรกอ�จกำ�หนดเป็นระเบียบเพื่อให้
หน่วยง�นที่เกี่ยวข้องส�ม�รถนำ�ไปปฏิบัติได้ เมื่อต่อม�เห็นว่�หลักเกณฑ์ดังกล่�วมีคว�มเหม�ะสมแล้วจึงตร�
เป็นพระร�ชบัญญัติขึ้นต่อไป ซึ่งหลักเกณฑ์ที่กำ�หนดขึ้นนี้ควรให้มีก�รทบทวนเป็นระยะ อ�ทิ ทุกห้�ปีเพื่อให้
สอดคล้องกับสถ�นก�รณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
1.2) คณะรัฐมนตรี โดยสำ�นักง�นปลัดสำ�นักน�ยกรัฐมนตรี กระทรวงก�รคลัง กระทรวงก�รพัฒน�
สังคมและคว�มมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมห�ดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงส�ธ�รณสุข สำ�นักง�น
คณะกรรมก�รกฤษฎีก� และหน่วยง�นที่เกี่ยวข้องควรพิจ�รณ�ให้มีหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) หลักเกณฑ์กล�งใน
เรื่องคว�มทุพพลภ�พหรือระดับคว�มพิก�รหรืออ�ก�รบ�ดเจ็บ เพื่อให้ผู้เสียห�ยได้รับก�รเยียวย�เท่�เทียมกัน
ในกรณีที่มีอ�ก�รอย่�งเดียวกัน (2) กรณีที่ยังไม่มีก�รกำ�หนดหลักเกณฑ์กล�งเรื่องทุพพลภ�พหรือระดับคว�ม
พิก�ร หรืออ�ก�รบ�ดเจ็บ ควรแก้ไขกฎหม�ยฉบับต่�ง ๆ ที่ใช้บังคับอยู่ เช่น กฎหม�ยว่�ด้วยก�รสงเคร�ะห์
ผู้ประสบภัยเนื่องจ�กก�รช่วยเหลือร�ชก�รก�รปฏิบัติง�นของช�ติหรือก�รปฏิบัติต�มหน้�ที่มนุษยธรรม
กฎหม�ยว่�ด้วยก�รส่งเสริมและพัฒน�คุณภ�พชีวิตคนพิก�ร เป็นต้น
1.3) คณะรัฐมนตรี โดยสำ�นักง�นปลัดสำ�นักน�ยกรัฐมนตรี กระทรวงก�รคลัง กระทรวงก�รพัฒน�
สังคมและคว�มมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมห�ดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงส�ธ�รณสุข สำ�นักง�น
คณะกรรมก�รกฤษฎีก�และหน่วยง�นที่เกี่ยวข้อง ควรพิจ�รณ�ให้มีรูปแบบก�รเยียวย�ที่หล�กหล�ย ดังนี้
(1) สัดส่วนก�รเยียวย�ด้�นก�รเงินอ�จมีคว�มแตกต่�งกัน ระหว่�งก�รเยียวย�ซึ่งเกิดจ�กก�รละเมิดสิทธิมนุษยชน
ที่เกิดจ�กก�รกระทำ�ของรัฐ กับก�รเยียวย�ที่ไม่ได้เกิดจ�กก�รกระทำ�ของรัฐ แต่รัฐให้ก�รเยียวย�ต�ม
หลักมนุษยธรรม อ�ทิ กรณีภัยพิบัติธรรมช�ติ (2) ก�รเยียวย�นอกเหนือจ�กด้�นก�รเงินเพื่อให้กลับคืน
้
สู่สภ�พเดิม เช่น ก�รฟื้นฟูด้�นจิตใจ ก�รทำ�ให้พอใจ ก�รดำ�รงชีวิตอย่�งปลอดภัย ก�รไม่ให้เกิดก�รละเมิดซำ�
เป็นต้น โดยเฉพ�ะกรณีที่เป็นคว�มเสียห�ยเนื่องจ�กก�รละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งก�รเยียวย�ในรูปแบบต่�ง ๆ
หล�กหล�ยมิติก็เพื่อให้มีก�รเยียวย�ที่เหม�ะสมและได้สัดส่วนกับคว�มเสียห�ยที่เกิดขึ้นต�มแต่กรณี
1.4) คณะรัฐมนตรี โดยสำ�นักง�นปลัดสำ�นักน�ยกรัฐมนตรี และหน่วยง�นที่เกี่ยวข้อง ควรพิจ�รณ�
ดังนี้ (1) สำ�นักง�นปลัดสำ�นักน�ยกรัฐมนตรีทำ�หน้�ที่เป็นหน่วยง�นหลักในก�รดูแลเรื่องก�รเยียวย�อย่�ง
เท่�เทียมและทั่วถึงเมื่อเกิดคว�มเสียห�ยขึ้นในภ�พรวม (2) จัดให้มีกลไกหรือศูนย์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับก�รเยียวย�คว�มเสียห�ยที่เกิดขึ้นทั้งข้อเท็จจริงและกฎหม�ย โดยหน่วยง�นของรัฐจะต้องส�ม�รถ
เชื่อมโยงข้อมูลกันได้ทั้งระบบและมีคว�มทันสมัย กระจ�ยอำ�น�จลงไปในระดับกรม และส่วนภูมิภ�ค เช่น
ก�รเยียวย�คว�มเสียห�ยในพื้นที่ภ�คใต้ซึ่งมีกลไกเป็นก�รเฉพ�ะ เพื่อให้ประช�ชนเข้�ถึงก�รเยียวย�ได้
อย่�งรวดเร็วและมีประสิทธิภ�พ ทั้งนี้ ควรมีก�รทบทวนก�รดำ�เนินก�รต�มกลไกต่�ง ๆ เป็นระยะ (3) มี
กลไกวิเคร�ะห์ส�เหตุแห่งก�รละเมิดสิทธิมนุษยชน และกำ�หนดม�ตรก�รป้องกันเพื่อประกันว่�จะไม่เกิด
้
ก�รละเมิดซำ�อีก (4) กำ�หนดให้เจ้�หน้�ที่ของรัฐแจ้งสิทธิเยียวย�ต�มกฎหม�ยต่�ง ๆ แก่ผู้เสียห�ย เพื่อให้
ผู้เสียห�ยเข้�ถึงก�รเยียวย�ได้โดยง่�ยและทั่วถึง (5) มีกระบวนก�รหรือกลไกเฉพ�ะในก�รทบทวนผล
ก�รพิจ�รณ�ก�รเยียวย�ทั้งในส่วนของอัตร�กรณีก�รเยียวย�ด้�นก�รเงิน และในส่วนของของรูปแบบ
ก�รเยียวย�ที่ไม่ใช่ด้�นตัวเงิน รวมทั้งทบทวนก�รได้รับก�รเยียวย�เมื่อมีข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป

