Page 113 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 113
112 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
การเผยแพร่ภาพถ่ายของผู้ต้องหาในระหว่างควบคุม จนท�าให้ได้รับความเสียหาย
เป็นการกระท�าอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 1
ดร. รจนศม สุบงกช 2
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 29 วรรคสอง และมาตรา 32
ได้ให้การรับรองสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว (Right to Privacy) และสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ของผู้ต้องหาไว้ว่า สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนสิทธิในความเป็นอยู่
ส่วนตัวย่อมได้รับความคุ้มครอง การกระท�าอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลหรือการน�า
ข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระท�ามิได้ เว้นแต่อาศัยอ�านาจตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จ�าเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ และในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า
ผู้ต้องหาหรือจ�าเลยไม่มีความผิด และก่อนมีค�าพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระท�าความผิด
จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระท�าความผิดมิได้ ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวย่อมผูกพันพน่วยงานและ
เจ้าหน้าที่ของรัฐในการบังคับใช้กฎหมายมิให้กระท�าสิทธิของบุคคลตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้
1
ความเป็นมา
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ กรณีกล่าวอ้างว่า
ผู้ร้องได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ต�ารวจ (ผู้ถูกร้อง) ในระหว่างการมอบตัว ผู้ร้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป
เพื่อจัดท�าประวัติผู้ต้องหา ต่อมาผู้ร้องพบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพถ่ายขณะที่ผู้ร้องถือป้าย
ถ่ายรูปเพื่อประกอบการจัดท�าประวัติดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ภาพถ่ายของผู้ร้องในขณะ
เดินทางด้วยรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ต�ารวจจากสถานีต�ารวจแห่งหนึ่งไปยังสถานีต�ารวจอีกแห่งหนึ่ง ผู้ร้องเห็นว่า
การที่ภาพถ่ายของผู้ร้องซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้ถูกร้องรั่วไหลหรือถูกน�าไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ
เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล และสิทธิของผู้ต้องหา
1 รายงานผลการตรวจสอบที่ 76/2562 เรื่อง สิทธิพลเมือง อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล กรณีมี
ผู้เผยแพร่ ภาพถ่ายของผู้ร้องในระหว่างถูกจับกุมด�าเนินคดี.
2 นักวิชาการสิทธิมนุษยชนช�านาญการ ส�านักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ, ผู้สรุปและเรียบเรียง.

