Page 33 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 33

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  31






                                                     8



                                                 ความสรุป



                    การศึกษาเรื่องสิทธิและเสรีภาพในประเทศไทยนั้น มีการพัฒนาอยางคอยเปนคอยไปมาเปน
             เวลานานพอสมควรแลว รวมถึงมีการศึกษาคนควาเพื่อตอบคําถามเชิงลึกในประเด็นตาง ๆ
             อยางมากมายดวยเชนเดียวกัน อยางไรก็ตาม เมื่อเรากลับมาตั้งคําถามวาหลักการที่เปนพื้นฐานที่สุดเกี่ยวกับ

             การรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานคืออะไร ในการตอบคําถามดังกลาวยอมตองกลับมาพิจารณาสิทธิ
             ขั้นพื้นฐานที่ไดรับการรับรองและคุมครองไวในรัฐธรรมนูญในฐานะ “คุณคา” หรือ “สิ่งที่ควรตองเปน”
             ในการใชชีวิตอยูรวมกัน  เพื่อกําหนดความสัมพันธระหวางรัฐกับเอกชน  และความสัมพันธระหวาง
             เอกชนกับเอกชนดวยกัน ดังนั้น ในการตรากฎหมาย การใชและตีความกฎหมาย รวมถึงการดําเนินการ

             ตาง ๆ ในพรมแดนกฎหมายเอกชน เชน ในการทําสัญญา จะตองมีคุณคาในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน
             เปนแกนกลางในการพัฒนาหรือกอตั้งนิติสัมพันธเหลานั้นเสมอ เราอาจกลาวไดวา ไมมีการใชอํานาจรัฐ
             ขององคกรใด รวมถึงไมมีการดําเนินการของเอกชนในเรื่องใดที่หลุดลอยไปจากขอพิจารณาเรื่องสิทธิ
             ขั้นพื้นฐานไดเลย  เราจะพบวากลไกทางกฎหมายทั้งหลาย  ไมวาจะเปนกลไกในทางรัฐธรรมนูญหรือกลไก

             ในทางกฎหมายทั้งในพรมแดนกฎหมายเอกชนหรือกฎหมายมหาชนก็ตาม ตางถูกกําหนดขึ้นเพื่อธํารง
             รักษาคุณคาในเรื่อง “สิทธิขั้นพื้นฐาน” หรือ “เสรีภาพ” ของมนุษยในสังคมทั้งสิ้น นอกเหนือจากนั้น
             เรื่องที่มีความสําคัญมากที่สุดที่เกี่ยวของกับสิทธิขั้นพื้นฐาน ไดแก การชั่งนํ้าหนักสิทธิขั้นพื้นฐาน
             เพราะในทุกกรณีที่สิทธิเสรีภาพ คุณคา หรือหลักการในทางรัฐธรรมนูญขัดหรือแยงกัน ยอมมีการเรียกรอง

             วาจะตองทําการชั่งนํ้าหนักใหสิทธิขั้นพื้นฐาน  หลักการ  และคุณคาเหลานั้นมีผลบังคับหรือมีผลในทาง
             ปฏิบัติมากที่สุดเทาที่จะเปนไปได  หนาที่ดังกลาวในการพิทักษสิทธิขั้นพื้นฐานนั้นจึงเปนหนาที่
             รวมกันระหวางรัฐ หนวยงานของรัฐ รวมถึงประชาชนทั้งหลายที่อยูรวมกันในสังคมการเมืองดวย ทั้งนี้
             เพื่อสรางสังคมการเมืองที่มีเหตุมีผลและสามารถอยูรวมกันไดอยางปกติสุขอยางแทจริง
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38