Page 101 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 101

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  99



             ถาความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักไมเอาโทษมาบวกกัน หรือกรณีเปน

             ความผิดตางกรรมตางวาระตองรับผิดในแตละกรรม เพราะกระทําดวยเจตนาที่แตกตางกัน กระทําหลาย ๆ
             กรรมตางกัน มุงกระทําผิดซํ้าแลวซํ้าอีก หรือการเพิ่มโทษหรือบวกโทษตองรับโทษมากขึ้นเพราะกระทําผิด
             ซํ้าแลวซํ้าอีก หลักความไดสัดสวนเปนหลักหนึ่งที่นํามาพิจารณาความเปนธรรมจากการกระทําสูผล แตใน
             สังคมไทยอาจตองพิจารณาการจะกลับมาเปนคนดีไดดวยหรือไม ซึ่งตองดูเรื่องเจตนาของบุคคล หรือเรื่อง
             อัตวิสัย เชน อายุ เพศ วุฒิภาวะ สุขภาพจิต คนวิกลจริต หรือเปนผูประกอบวิชาชีพ จะทําใหเขาไดรับโทษ

             นอยลงหรือหนักขึ้นหรือไม  แมวาจะมีผลของความเสียหายจากการกระทําซึ่งเปนภาวะวิสัย  เชน
             ผูเยาวกระทําความผิดอาจจะไดรับโทษนอยลง แพทยกระทําความผิดดวยเจตนาในขอหาเกี่ยวกับวิชาชีพ
             ที่รับผิดชอบ เชน เปดเผยความลับผูปวย อาจจะตองรับโทษหนักกวาคนปกติทั่วไป หรือนักตรวจสอบบัญชี

             ลงชื่อรับรองทําเอกสารปลอมในฐานะที่เปนผูประกอบวิชาชีพในเรื่องนั้น ๆ จึงตองรับโทษหนักกวาคนปกติ
             ทั่วไป  หรือเจาพนักงานกระทําความผิดในฐานะผูปฏิบัติการหรือในฐานะที่เปนผูรับผิดชอบจึงตองรับโทษ
             หนักกวาคนปกติทั่วไป เชน เจาพนักงานยักยอกทรัพยสิน นํ้าหนักความรับผิดในโทษที่กําหนดนั้นจะ
             แตกตางไป นั่นก็เปนเรื่องอัตวิสัย จึงเห็นดวยกับการใชหลักความไดสัดสวนและลักษณะของผูกระทํา
             ความผิดแตละคนมาพิจารณาในการลงโทษ

                    ประเด็นการแกไขใหคนเปนคนดีกลับคืนสูสังคม ตรงนี้หลักความไดสัดสวนเขามาชวยได ถาเรา
             มองวาเปนเรื่องการใหความเปนธรรมกับผูกระทําความผิด สามารถทําใหเขากลับคืนสูสังคมได ไมใชอยู
             บนพื้นฐานของตอตาฟนตอฟน จะเอากันใหถึงตายเพราะวาเขาฆาคนตาย เด็กนอยที่ยิงคนตายสมควรที่จะ

             ตองตายตามไปดวยหรือไม  ถาเราไปยึดตามหลักตาตอตาฟนตอฟน เด็กนอยซึ่งอายุประมาณ 12-13 ป
             ไปฆาคนตาย ตองใชหลักความไดสัดสวนมาพิจารณาวาเขาเปนผูเยาว มองเรื่องวุฒิภาวะและจิตใจของเขา
             หรือหญิงที่ถูกสามีตบตีทําราย วันหนึ่งหญิงตอสูทํารายสามีทําใหสามีไดรับบาดเจ็บหรืออันตราย
             ในภาวะแบบนั้นจะมีทั้งเหตุอัตวิสัยและเหตุภาวะวิสัย คือ เหตุการณหรือสถานการณนั้นหญิงถูกกดดัน
             มาตลอดและดวยความเปนหญิงที่อยูในภาวะเปนเพศที่รางกายออนแอ เรื่องเหลานี้ตองนํามาคํานึงถึงบท

             ที่จะลงโทษหญิงนั้นดวยวาแคไหน อยางไร มีความสะสมมีความกดดันจากการกระทําอยางไรบาง
             เหตุอัตวิสัยคือเปนผูที่มีกําลังออนแอกวา ขณะเดียวกันภาวะวิสัยคือหญิงถูกสามีทํารายรางกายมา
             อยางตอเนื่อง การลงโทษจึงไมใชเปนการลงโทษตามปกติ ตองมองวาเรื่องนี้จะตองลงโทษนอยกวาหรือไม

             แคไหน อยางไร ตองใชวิธีการชั่งนํ้าหนัก หลักความไดสัดสวนตองเขามา ทั้งเรื่องของเหตุการณและ
             การเปนเพศที่ออนแอกวา หรือเปนเด็กหรือผูเยาว เพื่อใหโอกาสคนไดกลับสูสังคม
                    กลับไปที่คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องทําแทง จะไดขอคิดในเรื่องการใชกฎหมายใหทัน
             ตอการเปลี่ยนแปลงและใชอยางเปนระบบ โดยสวนตัวเห็นวาการมีเจตจํานงของตนเองที่เปนหญิงนั้นก็
             ตองอยูบนพื้นฐานของศีลธรรมดวย การโตแยงกันเรื่องทองไมพึงประสงคเปนปญหาสังคมที่เกิดขึ้น

             เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ความกาวหนาของเทคโนโลยี การเดินทางไปมาหาสูกันงายขึ้น วัฒนธรรม
             วิถีชีวิตเปลี่ยน ทําใหเกิดปญหาสังคมตามมาไดเหมือนกัน เมื่อหญิงเกิดทองไมพึงประสงค ดวยวัยของ
             เขาจึงตัดสินใจไปทําแทงที่ไมปลอดภัย สวนใหญแลวหญิงจะตาย แลวถาเขาประสงคจะทําแทง รัฐตอง

             มีนโยบายที่จะตองคุมครอง รัฐตองทําใหเขาสามารถทําแทงไดอยางปลอดภัย ถารัฐดําเนินการตรงนี้
   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106