Page 105 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 105

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  103



                                                       ผูใหสัมภาษณ : การลงโทษทางอาญาให

                                                       สอดคลองกับหลักสิทธิมนุษยชนยอมสงผลดีตอ
                                                       กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพราะผูกระทํา
                                                       ความผิดยังคงดํารงศักดิ์ศรีความเปนมนุษย  ตอง
                                                       ใหเขามีพื้นที่ยืนในสังคม ไดรับการฟนฟูเพื่อให
                                                       กลับคืนสูสังคม  ถาเขายังไมไดเขาสูกระบวนการ

                                                       ดําเนินคดี ควรตองมีวิธีการอื่นเปนทางเลือก เชน
                                                       ไกลเกลี่ยหรือประนอมขอพิพาท  เขาจะไดไมตอง
                                                       เขาสูกระบวนการพิจารณาคดีที่ตัดสินวาเขาผิด

                                                       หรือถูก แตถาตัดสินความผิดเขาไปแลวลงโทษ
                                                       เขาไปแลว ควรตองหาวิธีที่จะทําใหเขากลับคืนสู
                                                       สังคมได และดํารงตนในความเปนมนุษยไดตอไป
                                                       ถาเรามองในเรื่องหลักสิทธิมนุษยชน เราตองนํา

             หลักความไดสัดสวนเขามาใชในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพราะเปนหลักความเปนธรรม ถาการกระทํา
             ของเขาสงผลกระทบตอสังคมมากก็ตองรับโทษหนักขึ้น ถาเขากระทําความผิดหลายกรรมก็ตองรับโทษ
             หลายกระทง สวนการที่รัฐจะไปแทรกแซงสิทธิเสรีภาพของบุคคลไดก็ตอเมื่อมีเหตุอันจําเปน ดังนั้น

             การจะลงโทษไดตองมีเหตุจําเปน จึงจะเกิดความเปนธรรม คํานึงถึงความเปนมนุษยที่จะไดรับการฟนฟู
             ใหเขากลับสูสังคมไดอยางปกติสุขซึ่งไมเฉพาะแตตัวผูกระทําความผิดเทานั้น แตหมายรวมถึงสังคมดวย
             อยางคดีเชอรีแอน มีการจับผูกระทําความผิดผิดตัวหรือลงโทษผูกระทําผิดผิดคน ผูบริสุทธิ์ตองถูกลงโทษ
             จําคุก ครอบครัวเขาไดรับผลกระทบเดือดรอน เพราะกระบวนการยุติธรรมและเจาหนาที่ไมเปนธรรม
             เกิดสิ่งที่ไมปกติสุข สะทอนถึงความไมเปนธรรมในสังคม และยังทําลายศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของเขา

             รัฐจึงตองเยียวยาความเสียหายใหกับจําเลยและครอบครัวจําเลย จึงเปนเหตุใหเกิดพระราชบัญญัติ
             คาตอบแทนผูเสียหาย และคาทดแทน และคาใชจายแกจําเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และเกิดกองทุน
             ยุติธรรมตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2548 ตามมา



             ผูสัมภาษณ : สุดทายแลว ทานมีขอเสนอแนะอยางไรตอการลงโทษทางอาญาใหสอดคลองกับหลัก
             สิทธิมนุษยชน


             ผูใหสัมภาษณ :  ในขอนี้อยากจะเสนอแนะวา ในการกระทําความผิดอยาไปใชการลงโทษทางอาญา

             มากเกินไป  รวมถึงการออกกฎหมายควรจะหลีกเลี่ยงการใชโทษทางอาญาใหมากขึ้น  สังคมควรหา
             กระบวนการทางเลือกใหมใหมากขึ้น เชน การไกลเกลี่ย การประนอมขอพิพาท เพราะการที่เราไป
             เนนเรื่องโทษจะทําใหเกิดกฎหมายอาญาเฟอ เมื่อทุกอยางนําไปสูการลงโทษเสียหมดจะทําใหกฎหมาย

             ไมศักดิ์สิทธิ์  สิ่งสําคัญคือการบังคับใชกฎหมาย  คนที่บังคับใชกฎหมายตองใชดุลพินิจโดยคํานึงถึง
             หลักความไดสัดสวนซึ่งถือเปนหลักสิทธิมนุษยชน หลักกฎหมายทั่วไป หลักแหงความเปนธรรม หรือ
   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110