Page 25 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 25

บทที่ 3

                รูปแบบองคกรที่ดําเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบและองคความรูภายในประเทศ:

                                     บทเรียนจากการกอตั้งและการบริหารจัดการ



               3.1  ความนํา
                       เนื้อหาในบทนี้ใหความสําคัญกับการศึกษารูปแบบขององคกรที่ดําเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ
               และองคความรูภายในประเทศ โดยเลือก 10 องคกรมาเปนกรณีศึกษา โดยแบงกลุมองคกรไดเปน 4 กลุมดังนี้

                       (1) สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในทํานองเดียวกันที่เปนสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองคการ

                          มหาชน
                       (2) สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในทํานองเดียวกันที่เปนหรือสังกัดองคกรไมแสวงหากําไร
                       (3) สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในทํานองเดียวกันที่อยูภายใตสังกัดองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
                       (4) สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในทํานองเดียวกันในรูปแบบสถาบันภายใตมูลนิธิ โดยเฉพาะ

                          มูลนิธิที่เชื่อมโยงกับหนวยราชการ
                          แตละกลุมมีรายละเอียดดังนี้


               3.2 สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในทํานองเดียวกันที่เปนสวนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือ

               องคการมหาชน
                       สถาบันหรือหนวยงานที่เปนสวนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือองคการมหาชน ที่คัดเลือกมามี 3 องคกร
               โดยหนวยงานที่เปนสวนราชการ ไดแก สํานักงานกิจการยุติธรรม เปนหนวยงานราชการระดับกรม สังกัด

               กระทรวงยุติธรรม สวนหนวยงานที่เปนองคการมหาชน ไดแก สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย และ
               สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เปนหนวยงานที่อยูในมหาวิทยาลัยกํากับของรัฐ
               แตละองคกรมีรายละเอียดดังนี้

               3.2.1 สํานักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม

                       สํานักงานกิจการยุติธรรม เปนหนวยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รับผิดชอบงานธุรการของ
               คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแหงชาติ (กพยช.) เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาการ
               บริหารงานยุติธรรมแหงชาติ พ.ศ.2549 ตามมาตรา 10 กําหนดให กพยช. มีหนาที่ที่สําคัญดังนี้

                              1)  จัดทําแผนแมบทการบริหารงานยุติธรรมแหงชาติและแผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศ
                                 กระบวนการยุติธรรมเสนอตอคณะรัฐมนตรี

                              2)  เสนอแนะและใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายและแนวทางการบริหารงาน
                                 ยุติธรรมเสนอตอคณะรัฐมนตรี
                              3)  พิจารณาและใหความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานยุติธรรมที่คณะรัฐมนตรีขอใหพิจารณา

                              4)  ประสานงานระหวางหนวยงานของรัฐหรือองคกรที่เกี่ยวของกับการบริหารงานยุติธรรม
                                 หรือรายงานตอคณะรัฐมนตรี เพื่อใหเกิดความรวมมือในการประสานงานระหวาง
                                 หนวยงานของรัฐหรือองคกรที่เกี่ยวของกับการบริหารงานยุติธรรม หรือดําเนินการตาม
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30