Page 22 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 22
15
เรื่อง (จาก 30 เรื่อง) การเลือกปฏิบัติ 6 เรื่อง (จาก 14 เรื่อง) การคุมครองสิทธิ 12 เรื่อง (จาก 28 เรื่อง) (ดู
รายละเอียดในตารางที่ 2.3)
ตารางที่ 2. 3 จํานวนงานวิจัยที่เกี่ยวของกับภารกิจของ กสม. จําแนกตามหนวยงานเผยแพร
หนวยงาน สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิเด็ก การเลือกปฏิบัติ การคุมครองสิทธิ
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 5 1 1 1 2
กสม. 59 23 6 12
มหาวิทยาลัยรามคําแหง 1
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต 2
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ 3 1
ราชวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเชียงใหม 2
กระทรวงยุติธรรม 5 1 3
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร 1 4
อื่นๆ 13 3 7 7 11
รวม 88 30 13 14 28
ดังนั้น เมื่อพิจารณาในแงนี้ จึงจะเห็นไดวา กสม. ถือเปนกลไกหนึ่งที่มีความสําคัญในการผลักดันให
เกิดพัฒนาองคความรูดานสิทธิมนุษยชน อยางไรก็ดี ประเด็นที่จําเปนตองพิจารณาตอไปในอนาคตคือ ที่มา
ของทรัพยากรที่ใชในการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะเงินทุน และการกําหนดทิศทางงานการพัฒนาองคความรูดาน
สิทธิมนุษยชน
2.3 บริบทและโครงสรางสรางพื้นฐานของระบบสนับสนุนการวิจัยของประเทศ
หาก กสม. จะเตรียมการจัดตั้งใหมีการพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน ประเด็นสําคัญ
ที่จําเปนตองพิจารณาคือ ที่มาของเงินทุนวิจัย จากการทบทวนงานศึกษาวิจัยที่ผานมาทั้งหมดของ กสม. พบวา
มาจากเงินงบประมาณภายในสวนงานเปนหลัก ทําใหมีงบประมาณในการผลิตงานการศึกษาวิจัยไมมากนัก
ดังนั้น จึงจําเปนตองพิจารณาบริบทและโครงสรางพื้นฐานของระบบสนับสนุนการวิจัยของประเทศที่กําลัง
เปลี่ยนแปลงดวย
หลังการปรับโครงสรางของระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษา และการวิจัยครั้งลาสุด หลังจาก
พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมแหงชาติ พ.ศ. 2562 และ
พระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช โครงสรางพื้นฐาน
ของระบบสนับสนุนการวิจัยของประเทศมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะอํานาจหนาที่ในการจัดทํา
กรอบวงเงินงบประมาณดานวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ มีการกําหนดใหคณะกรรมการ
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เปนผูพิจารณาตั้งคําของบประมาณเพื่อโครงการพัฒนา
วิทยาศาสตร เทคโนโลยี และโครงการวิจัยและนวัตกรรมของหนวยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม

