Page 116 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 116
99
ภาคสวนตาง ๆ เขามามีสวนรวม และไดกลาวทิ้งทายไววา สังคมใหมเปนสังคมของคนรุนใหม และเปนสังคม
ดิจิทัล การจัดตั้งสถาบันใหมจึงควรเปนชองทางในการเผยแพรองคความรูดานสิทธิมนุษยชนสูประชาชน ถา
ประชาชนเห็นคุณคา ไมตองกังวลเรื่องงบประมาณ เพราะสุดทายประชาชนจะเปน “ผูค้ํายัน” และสนับสนุน
สถาบันเอง
อยากใหสถาบันใหมที่จะถูกจัดตั้งนี้ “...เปนสถาบันของพลเมืองและของประชาชนอยางแทจริง...”
- งบประมาณนาจะเปนปญหาตอการจัดตั้งสถาบันใหม ฯ และดวยสถานการณในปจจุบัน ไมสามารถ
คาดหวังตอการพึ่งพางบประมาณจากหนวยงานหรือองคการภายนอกได ดังนั้น สถาบันใหมควรอยูภายใตการ
กํากับของราชการ หรือ กสม. เพื่อไมใหมีอุปสรรคดานงบประมาณ
- งานวิจัยดานสิทธิมนุษยชนเปนจํานวนมากแตชุมชนไมไดนํามาใชประโยชนหรือมีสวนรวมกับการ
จัดการความรู จึงอยากใหสถาบันที่จัดตั้งใหมดึงภาคชุมชนเขามามีสวนรวมในฐานะเปน “ผูปฏิบัติการดานการ
จัดการความรู” หรือ “หุนสวนความรู” ซึ่งเปนภาพสะทอนของการวิจัยแบบมีสวนรวม และเมื่อการวิจัยเสร็จ
สิ้น ตนอยากใหสงมอบองคความรูคืนสูชุมชนและสังคม เพราะจะนําไปสูการสรางชุมชนเขมแข็งและการจัดตั้ง
ชุมชนจัดการตนเองไดในที่สุด อีกทั้ง อยากใหการพัฒนาและเผยแพรองคความรูดานสิทธิมนุษยชนใชภาษาที่
งายและเขาใจไดงาย เพราะจะทําใหชาวบานเขาถึงได และการจัดตั้ง
“...สถาบันจะมีลักษณะอยางไรไมใชประเด็น...แตจะทําอยางไรใหประชาชนเขามามีบทบาทและมี
สวนรวมกับสถาบันที่จะจัดตั้งใหม...”
- มีความคิดเห็นวาหนวยงานที่จัดการองคความรูดานสิทธิมนุษยชนในปจจุบันมีความลมเหลว ซึ่ง
หนวยงานเหลานั้นประกอบไปดวย 1. กสม. และ 2. กรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งทั้ง 2 หนวยงานมีภารกิจ
ดานการจัดการและผลิตสรางองคความรูที่ระบุเอาไวในกฎหมายอยูแลว อีกทั้ง ภารกิจบางอยางมีความซ้ําซอน
ในระดับหนวยงาน ดังนั้น จึงตั้งคําถามวา การจัดตั้งสถาบันใหมของ กสม. สะทอนภาพของความลมเหลวใน
การจัดการความรูดานสิทธิมนุษยชนขององคกรที่มีอยูใชหรือไม ดังนั้น จึงไมเห็นดวยในการจัดตั้งสถาบันใหม
แตควรนําภารกิจดานการวิจัยที่มีอยูมาปรับปรุงและพัฒนา
นอกจากนี้ ยังมีขอกังวลในเชิงกฎหมายตอการจัดตั้งสถาบันใหมวา พรป. มาตรา 47 อาจเปนอุปสรรค
ตอการจัดตั้งสถาบัน เพราะตองจัดตั้งองคกรตาม พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาวที่ยังตองยึดโยงตอ
โครงสรางองคกรในลักษณะราชการ การจัดซื้อจัดจางก็เปนไปตามกลไกระบบราชการ ดังนั้น จึงเปนไปไมไดที่
องคกรที่จะจัดตั้งใหมจะแยกขาดจากระบบราชการโดยสิ้นเชิง และไดตั้งขอสังเกตวา ขอจํากัดที่นําไปสูการ
จัดตั้งสถาบันใหมนั้นเปนขอจํากัดเชิงทัศคติหรือขอจํากัดในเชิงกฎหมาย เพราะตนมีความคิดเห็นวา “...จะ
ปลูกฝงเรื่องสิทธิมนุษยชน จะตองเสียเงินหรือ ?...” ดังนั้น ปญหาการศึกษาวิจัยดานสิทธิมนุษยชนของ กสม.
ที่มีอยูเดิม สามารถนําไปสูการพัฒนาในกลไกและวิธีตาง ๆ ไดหรือไม โดยที่ไมตองจัดตั้งสถาบันใหม และอยาก
ใหยอนกลับไปตีโจทยใหกระจางชัดเสียกอนวาปญหาจริง ๆ คืออะไร/ ขอจํากัดจริง ๆ มีอะไรบาง

