Page 57 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 57
ยอมรับของนานาชาติ เป็นการดำาเนินการเชิงบวกตามพันธกรณีในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในมิติของสิทธิด้านสุขภาพ
ทั้งในส่วนของคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย มีการสื่อสารให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างสมำ่าเสมอ
เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคและมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ ทำาให้ได้รับความร่วมมือด้วยดีจาก
ประชาชนซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี และมีความพยายามดูแลกลุ่มต่าง ๆ ให้เข้าถึงข้อมูลและอุปกรณ์ในการป้องกันโรค
เช่น หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์สำาหรับล้างมือ และการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรค
และเสียชีวิตผ่านระบบอาสาสมัครสาธารณสุข รวมถึงรัฐได้มีความพยายามในการจัดหาวัคซีนโควิด 19 จากต่างประเทศ
เพื่อลดความรุนแรงและอันตรายต่อชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19
ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ รัฐบาล
จำาเป็นต้องใช้มาตรการที่เน้นการลดกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการรวมกลุ่มของคนจำานวนมาก ทั้งการเดินทางและการห้าม
เข้าพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค รวมไปถึงการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโควิด 19 เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ
การปิดสถานประกอบการบางประเภทที่มีความเสี่ยงรวมถึงการห้ามชุมนุม ซึ่งเป็นมาตรการที่จำากัดสิทธิเสรีภาพ
บางประการ ได้แก่ เสรีภาพในการเดินทางและการเคลื่อนย้ายของบุคคล แต่มาตรการดังกล่าวมีความจำาเป็น
และมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เป็นว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิผล ทำาให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการ
แพร่ระบาดของโรคให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนได้เป็นอย่างดี
จนได้รับความชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มีการผ่อนผันหรือยกเว้นการบังคับใช้มาตรการ
เหล่านั้นตามความจำาเป็นเหมาะสมตามควรแก่กรณี รวมทั้งได้มีการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเมื่อสถานการณ์
การแพร่ระบาดอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และมีผู้ป่วยลดลง กสม. จึงเห็นว่ามาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19 ที่เป็นการจำากัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานบางประการที่รัฐบาลนำามาใช้เป็นมาตรการที่จำาเป็น
และได้สัดส่วนกับความรุนแรงของสถานการณ์ นอกจากนี้ ในการนำามาตรการดังกล่าวมาใช้ ได้มีการประกาศ การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ
อย่างเป็นทางการโดยอาศัยอำานาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ พระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. 2548 การดำาเนินการของรัฐบาลในการใช้มาตรการจำากัดสิทธิในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19
จึงสอดคล้องกับหลักการในกติกา ICCPR
ปัญหาหรืออุปสรรค ในทางปฏิบัติ มาตรการควบคุมการระบาดของโรคบางประการส่งผลกระทบต่อ
การดำารงชีวิตของคนบางกลุ่ม เช่น คนไร้บ้านซึ่งมีรายงานการถูกจับกุมในความผิดฝ่าฝืนเคอร์ฟิว แต่หลังจากนั้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับวิธีการให้การดูแลช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ ผู้ต้องขังเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ
จากมาตรการรักษาระยะห่างและการงดเยี่ยม อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าเรือนจำาได้จัดให้ญาติได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ
ผู้ต้องขังรวมทั้งการให้เยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ตามเวลาที่กำาหนด ในส่วนของการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและ บทที่ 2
การครองชีพ รัฐบาลได้มีมาตรการดูแลกลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานนอกระบบผ่านการให้เงิน
ช่วยเหลือเป็นรายเดือน เดือนละ 5,000 บาทในโครงการเราไม่ทิ้งกัน รวมทั้งได้มีการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับ
ความช่วยเหลือจากโครงการ ดังกล่าวให้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม
เงินช่วยเหลือแก่กลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งมีมาตรการทางการเงินเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น
การพักการชำาระหนี้เงินกู้ยืมจากกองทุนต่าง ๆ แต่การให้ความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ทำาให้ผู้ได้รับผลกระทบ
บางกลุ่มเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือดังกล่าว เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากมีอุปสรรคทางภาษาหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล
ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือกรณีของผู้ที่ไม่รู้วิธีการและไม่สามารถใช้ระบบการลงทะเบียนออนไลน์ได้ รวมถึง
ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยังพบความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้หญิง และปัญหา
การไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขโดยเฉพาะเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ได้
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 55

