Page 108 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 108
เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน” “ร่างแนวทางในการนำาเสนอเนื้อหารายการเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลาย
ทางเพศ” โดยมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูลต่อการจัดทำาร่างดังกล่าว 179
สำาหรับการออกข้อกำาหนดที่จำากัดการนำาเสนอข่าวในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เป็นมาตรการ
ที่มุ่งห้ามการนำาเสนอเฉพาะข่าวที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน มิใช่การนำาเสนอข่าวทั่วไป เพื่อป้องกันความหวาดกลัวหรือ
ความตื่นตระหนกของสาธารณชน ซึ่งอาจส่งกระทบต่อความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมโรคได้ ซึ่งการห้าม
นำาเสนอข่าวที่เป็นเท็จเป็นสิ่งที่รัฐพึงกระทำาได้อยู่แล้วในสถานการณ์ปกติ จึงอาจกล่าวได้ว่าข้อกำาหนดดังกล่าวไม่ได้มี
ผลกระทบต่อสิทธิในสาระสำาคัญ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้จัดให้มีช่องทางการให้ข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อให้ประชาชน
ได้รับข่าวสารที่ถูกต้องอย่างสมำ่าเสมอและทันต่อเหตุการณ์ควบคู่ไปด้วย อีกทั้งมีกลไกการถ่วงดุลการใช้อำานาจของรัฐกับ
การทำาหน้าที่ของสื่อในแขนงต่าง ๆ ผ่านกระบวนการทางศาลให้มีความสอดคล้องต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนตามที่ได้รับ
การรับรองและคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ
ปัญหาหรืออุปสรรค ที่ผ่านมาหลายฝ่ายแสดงความกังวลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำาความผิด
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่อาจมีปัญหาการตีความในการบังคับใช้ที่ไม่ตรงตามเจตนารมณ์
และอาจนำาไปสู่การตีความไปในทางปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนจนเกินสมควร อย่างไรก็ดี
ในปี 2563 มีกรณีที่ศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
หลายกรณี ซึ่งเป็นการวางบรรทัดฐานในการตีความการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวสำาหรับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
แม้ว่า ในปี 2559 องค์กรวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและ
โทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมกันออกแนวปฏิบัติการได้มาและการนำาเสนอข่าวและภาพข่าว
ของสื่อมวลชนโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าวไว้แล้วก็ตาม แต่ในปี 2563
พบว่า การนำาเสนอข่าวกรณีกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา กรณีการเสียชีวิตของเด็กหญิง และกรณีเด็กนักเรียนหญิงถูก
ครูและศิษย์เก่าข่มขืนที่จังหวัดมุกดาหาร สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันสื่อมวลชนมีการนำาเสนอข่าวหลากหลายช่องทาง
และมีวิธีการนำาเสนอหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจมีประเด็นน่าห่วงกังวลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็น
มนุษย์ในการนำาเสนอข่าวของสื่อมวลชน ประกอบกับการนำาเสนอเนื้อหาของข่าวดังกล่าวมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
ที่สื่อควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และควรหลีกเลี่ยงการตั้งคำาถามที่เสมือนเป็นการตอกยำ้าเหตุการณ์ที่จะสร้าง
ความบอบชำ้าทางจิตใจซำ้า นอกจากนี้ ยังพบว่าการนำาเสนอข่าวโดยวิธีทำาแอนิเมชันจำาลองเหตุการณ์ ซึ่งอาจเป็นการ
นำาเสนอวิธีการในการกระทำาความผิดหรืออาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ อีกทั้งการนำาเสนอข่าวโดยจำาลอง
เหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อกระบวนการ
ยุติธรรม ทั้งนี้ แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 35 และกติกา ICCPR ข้อ 19 ได้ระบุถึง
การรับรองและคุ้มครองเสรีภาพสื่อมวลชนไว้ แต่การใช้เสรีภาพดังกล่าวต้องมีหน้าที่พิเศษควบคู่ไปด้วย
ข้อเสนอแนะ กสม. มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาลในการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก ดังนี้
1. รัฐสภา และ กสทช. ควรมีแนวทางกำากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อต่อกรณีการนำาเสนอข่าวหรือวิธีการ
รายงานของสื่อ โดยต้องคำานึงถึงหน้าที่พิเศษที่ต้องเคารพสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น และต้องคำานึงถึงการรักษา
ความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน โดยส่งเสริมให้เกิด
179
จาก หนังสือส�านักงาน กสทช. ด่วนที่สุด ที่ สทช 2308/1167 ลงวันที่ 14 มกราคม 2564. งานเดิม.
106 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

