Page 107 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 107

การทำาหน้าที่ของสื่อมวลชนในสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ขยายวงกว้างโดยเฉพาะ
               ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ทำาให้สื่อสังคมออนไลน์มีการติดตามและรายงานเหตุการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง

               ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ผู้บัญชาการตำารวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
               ที่มีความร้ายแรง ได้ออกคำาสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงที่ 4/2563
               เรื่อง ให้ตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะตามข้อ 2 ของข้อกำาหนดออกตามความใน
               มาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยระบุ

               ตอนหนึ่งว่า เนื่องจากปรากฏว่าได้มีการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
               ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทางโทรทัศน์ด้วยการนำาเสนอเนื้อหารายการบางส่วนของวอยซ์ทีวี
               และ/หรือสื่อสังคมออนไลน์ อันได้แก่ วอยซ์ทีวี ประชาไท ประชาไทดอทคอม เดอะรีพอร์ทเตอร์ เดอะสแตนดาร์ด
               และเยาวชนปลดแอก-ฟรียูธ จึงให้สำานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ

               โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำาเนินการเพื่อตรวจสอบ
               และให้ระงับการออกอากาศหรือระงับการทำาให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์แล้วแต่กรณีตามหน้าที่
                         176
               และอำานาจ  จากกรณีดังกล่าวทำาให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและ         การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
               โทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน
                                                      177
               และคัดค้านการปิดกั้นหรือคุกคามสื่อมวลชน  อย่างไรก็ดี ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 ศาลอาญาได้
               มีคำาสั่งให้ยกคำาร้องกรณีดังกล่าว และยังให้ยกเลิกคำาสั่งเดิมของศาลที่เคยสั่งระงับช่องทางการเผยแพร่ซึ่งข้อมูล
               คอมพิวเตอร์ในคดีนี้ ซึ่งคำาสั่งนี้รวมถึงสื่อทั้ง 4 สำานัก ได้แก่ ประชาไท เดอะรีพอร์ทเตอร์ เดอะสแตนดาร์ด และเยาวชน
               ปลดแอก-ฟรียูธ ด้วย โดยศาลเห็นว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น มิใช่มุ่งประสงค์

               ปิดช่องทางการสื่อสาร ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 35 และ มาตรา 36 บัญญัติ
               ห้ามรัฐปิดสื่อมวลชนเพื่อลิดรอนเสรีภาพในการนำาเสนอข่าวสาร โดยการตีความการกระทำาผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ
               ว่าด้วยการกระทำาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์       บทที่ 3
               ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นั้น ต้องให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วย 178


               การประเมินสถานการณ์


                      พัฒนาการหรือความก้าวหน้า จากการนำาเสนอข่าวของผู้รับใบอนุญาตที่ผ่านมา กสทช. ในฐานะ

               หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำากับดูแลผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ได้ตระหนักและให้ความสำาคัญ
               ต่อการนำาเสนอข่าวของผู้รับใบอนุญาตที่อาจส่งผลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน กสทช. จึงได้ดำาเนินการจัดประชุม
               เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการนำาเสนอเนื้อหารายการที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
               และกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมทั้งได้ดำาเนินการจัดทำา “ร่างแนวทางในการนำาเสนอเนื้อหารายการ








                       176
                          จาก กอร.ฉ.สั่ง กสทช.-ดีอีเอส ระงับ-ลบข้อมูล Voice TV-The reporter-THE STANDARD, โดย ไทยพีบีเอส, 2563.
               สืบค้นจาก https://mgronline.com/crime/detail/9630000106299
                       177
                          จาก 6 องค์กรสื่อแถลงจุดยืนคัดค้านปิดกั้นสื่อมวลชนทุกรูปแบบ, โดย ทรูไอดี, 2563. สืบค้นจาก https://news.
               trueid.net/detail/EVmel7orEmkV
                       178
                          จาก ศาลอาญายกค�าร้องปิด 4 สื่อ 1 เพจเยาวชนปลดแอก, โดย ไทยพีบีเอส, 2563. สืบค้นจาก https://news.
               thaipbs.or.th/content/297617


                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  105
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112