Page 70 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 70

69



               มาตรการหรือแนวทาง         2) กระทรวงสาธารณสุขควรบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ติดเชื้อเอชไอวี    บทที่
               ที่เหมาะสมในการป้องกัน  ได้แก่ การใช้กลไกตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และประกาศกระทรวง      1

               หรือแก้ไขการละเมิด     สาธารณสุข ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542 เรื่อง ชนิดหรือประเภทของการรักษาพยาบาล
               สิทธิมนุษยชน           การบริการอื่นของสถานพยาบาลและสิทธิของผู้ป่วยซึ่งผู้รับอนุญาตจะต้องแสดง      บทที่
                                                                                                                   2
                                      ตามมาตรา 32 (3) กับสถานบริการทางการแพทย์ที่มีบริการตรวจหาเชื้อเอชไอวีและ
                                      เปิดเผยผลการตรวจต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือไม่ รวมถึงการดำาเนินการให้มี  บทที่
                                      มาตรการเชิงลงโทษต่อสถานพยาบาลที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด        3


                                                                                                                  บทที่
               ข้อเสนอแนะมาตรการ         กระทรวงแรงงานและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ควรเร่งดำาเนินการให้        4
               หรือแนวทางในการ        สถานประกอบกิจการเอกชนดำาเนินการตามแนวปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและบริหาร

               ส่งเสริมและคุ้มครอง    จัดการด้านเอดส์ในสถานที่ทำางาน ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง แนวทางการป้องกันและ   บทที่
               สิทธิมนุษยชน           บริหารจัดการด้านเอดส์และวัณโรคในสถานประกอบกิจการ ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2555    5
                                      โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนที่เรียกร้องให้มีการยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนรับเข้าทำางาน    ภาค
                                      รวมถึงการจัดทำามาตรฐานการบริหารจัดการเอดส์ในสถานประกอบการ (AIDS - response    ผนวก
                                      Standard Organization: ASO Thailand) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว



               ข้อเสนอแนะ                คณะรัฐมนตรีควรดำาเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำาสั่งใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
               ในการแก้ไขปรับปรุง     กับการคุ้มครองแรงงานในภาคเอกชน ให้ครอบคลุมไปถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้ติดเชื้อเอชไอวี

               กฎหมาย กฎ ระเบียบ  ในโลกแห่งการทำางาน ไม่ว่าจะเป็นผู้แสวงหางานทำาที่ยังมิได้อยู่ในฐานะลูกจ้าง และผู้ที่มี
               หรือคำาสั่ง            ฐานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอื่น ตั้งแต่กระบวนการพิจารณา
                                      รับเข้าทำางาน การกำาหนดเงื่อนไขในการจ้างงาน การเลื่อนตำาแหน่ง และการสิ้นสุดการจ้าง
                                      เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีสิทธิและโอกาสเท่าเทียมกับบุคคลอื่น โดยควรนำาเอาแนวปฏิบัติ
                                      ระหว่างประเทศว่าด้วยเชื้อเอชไอวี/เอดส์ กับสิทธิมนุษยชน (International Guidelines

                                      on HIV/AIDS and Human Rights) ในส่วนที่เกี่ยวข้องมาเป็นแนวทางในการดำาเนินการ


                                         ทั้งนี้ ควรมีการจัดตั้งกลไกการคุ้มครองและตรวจสอบการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ

                                      เอชไอวีในโลกแห่งการทำางาน เพื่อทำาหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ และดำาเนินการ
                                      ให้มีการเยียวยาผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ถูกเลือกปฏิบัติ อันจะทำาให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย
                                      คุ้มครองสิทธิผู้ติดเชื้อเอชไอวีอย่างมีประสิทธิภาพ


               ผลสำาเร็จ/                1) บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแจ้งว่าได้ยกเลิกการตรวจหาเชื้อเอชไอวีก่อนรับพนักงาน

               ความก้าวหน้าในการ      เข้าทำางานทุกตำาแหน่งของบริษัท มีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป
               คุ้มครองสิทธิมนุษยชน
                                         2) รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

                                      ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวง
                                      สาธารณสุข สำานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษา
                                      แนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยให้กระทรวงแรงงานสรุป
                                      ผลการพิจารณาผลการดำาเนินการดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำานักเลขาธิการ
                                      คณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำาสั่งเพื่อนำาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75