Page 67 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 67
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 66 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ�พ.ศ.�2562
การดำาเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ในขณะที่
ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในฐานะผู้บริโภค ปลอดภัยจากอันตรายของสารเคมีและ
ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นจริง รวมทั้งเป็นการลดผลกระทบสะสมที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ เมื่อปรากฏว่าการใช้สารเคมีทางการเกษตรก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
ของประชาชนและเกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม รัฐจะต้องดำาเนินการเพื่อให้เกิด
การเยียวยาที่เหมาะสมและเป็นธรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าการใช้พาราควอต
ในภาคการเกษตรจะเป็นเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลตามที่บัญญัติ
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แต่รัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติให้รัฐ
ต้องดูแลและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี อันสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ
ว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ที่กำาหนดให้รัฐภาคีแห่งกติกา
นี้รับรองสิทธิของทุกคนที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นได้
ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหา
การใช้พาราควอตในภาคการเกษตรในระยะยาวอันจะนำาไปสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ จึงให้มี
ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้ง
การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำาสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลัก
สิทธิมนุษยชน ต่อคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการ
วัตถุอันตราย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (3)
และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (3) และมาตรา 42 ดังนี้
ข้อเสนอแนะมาตรการ 1) คณะกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งมีอำานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย
หรือแนวทางในการ พ.ศ. 2535 ควรกำาหนดให้พาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมและคุ้มครอง วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 18 โดยห้ามมิให้มีการผลิต การนำาเข้า การส่งออก หรือ
สิทธิมนุษยชน และ การมีไว้ในครอบครอง
การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย
กฎ ระเบียบ หรือคำาสั่ง 2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด
ใด ๆ เพื่อให้สอดคล้อง ในระยะยาว โดยการจัดทำามาตรการและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการควบคุมการใช้
กับหลักสิทธิมนุษยชน หรือการเลิกใช้สารเคมีในภาคการเกษตรทุกชนิดที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์
บ่งบอกถึงอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันจะต้องพัฒนา
ทางเลือกด้านสารชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนสำาหรับเกษตรกร
อย่างเป็นระบบและจริงจัง
3) คณะรัฐมนตรีควรจัดให้มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยการควบคุมสารเคมีทางการเกษตร
โดยพิจารณาประกอบร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยจากการใช้สารป้องกันและ
กำาจัดศัตรูพืช พ.ศ. …. ซึ่งจัดทำาโดยคณะทำางานขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
กลุ่มมติเกษตรและอาหารปลอดภัย ภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามมติ
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับเครือข่ายด้านสาธารณสุขและองค์กรภาคประชาสังคม

