Page 68 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 68

67



               ผลสำาเร็จ/ความก้าวหน้า    1) สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม)    บทที่
               ในการคุ้มครอง          สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข             1

               สิทธิมนุษยชน           เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง
                                      อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของ       บทที่
                                                                                                                   2
                                      ข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยให้กระทรวงสาธารณสุขสรุปผลการพิจารณาผลการดำาเนินการ
                                      ดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป  บทที่
                                                                                                                   3

                                         2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร และกระทรวงอุตสาหกรรม
                                      แจ้งผลการดำาเนินการสอดคล้องกันว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายในการประชุม เมื่อวันที่    บทที่
                                                                                                                   4
                                      23 พฤษภาคม 2561 มีมติให้จำากัดการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ

                                      ไกลโฟเซตแล้ว โดยให้ความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจำากัด    บทที่
                                      การใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ซึ่งร่างประกาศฯ ได้กำาหนดให้เกษตรกร   5
                                      ผู้ใช้สารจะต้องผ่านการอบรม กำาหนดหน้าที่ของผู้ขาย กำาหนดชนิดพืชและพื้นที่ใช้สาร    ภาค
                                      ให้ผู้ผลิต ผู้นำาเข้า ผู้ขาย ต้องแจ้งข้อมูลให้ทราบ เป็นต้น มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร  ผนวก
                                      เร่งดำาเนินการจัดทำาแผนปฏิบัติการเร่งรัดขยายการปฏิบัติทางการเกษตรดีที่ดี (GAP)

                                      หรือเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) ให้ครอบคลุมทั้งประเทศให้ได้ภายใน 2 ปี และ
                                      ร่วมกับหน่วยงานภาควิชาการหรือภาคเอกชน ศึกษาวิจัยหานวัตกรรมในการกำาจัดศัตรูพืช
                                      และแนะนำาเกษตรกรให้ใช้สารชีวภัณฑ์ในการกำาจัดศัตรูพืช เพื่อเป็นการลดการใช้สารเคมี

                                      ให้ได้ภายใน 2 ปี เช่นกัน และให้ดำาเนินการเผยแพร่ ให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ
                                      การใช้สาร การใช้เครื่องพ่นสาร อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม การฝึกอบรมจะต้องทำาให้เห็น
                                      อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ ขั้นตอน ระยะเวลา และเป้าหมาย
                                      อย่างชัดเจน



                                         3) กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานผลการพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
                                      สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 สรุปสาระสำาคัญ
                                      ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม

                                      พ.ศ. 2562 ให้กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจาก
                                      สิ่งแวดล้อม พิจารณาผลจากการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต
                                      (Glyphosate) และคลอร์ไพรีฟอส (Chlorpyriphos) จากข้อมูลพิษวิทยาจากต่างประเทศ
                                      รวมถึงข้อมูลจากกองโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
                                      พบว่า ทำาให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรจากกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง ตั้งแต่ปี

                                      2554-2561 พบว่า ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ได้รับการตรวจมีระดับเอนไซม์สูงกว่า
                                      คนทั่วไปและอยู่ในระดับเสี่ยงต่อสุขภาพ จากสัดส่วนของเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจะเจ็บป่วย
                                      จากสารเคมีกำาจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  รวมทั้งข้อมูลจากงานวิจัยของ

                                      คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบสารพาราควอตในขี้เทาทารกแรกเกิด
                                      ซึ่งมีผลต่อการถูกทำาลายของต่อมไร้ท่อในลูกอัณฑะทำาให้มีอสุจิลดลง และต่อมไทรอยด์
                                      มีภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ตำ่าที่ทำาให้เกิดภาวะสติปัญญาด้อย (Mental Retardation) ซึ่งส่งผล
                                      ต่อพัฒนาการและภาวะการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่า
                                      การใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด เป็นการก่อให้เกิดโรคจากสิ่งแวดล้อม จึงเห็นควรยุติการใช้

                                      สารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิดทันที เพื่อป้องกันและควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อม
                                      แก่ประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษ
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73