Page 95 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 95

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand       94






              ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยเมื่อวันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2562 ตัวแทนชาวบ้าน 5 หมู่บ้านในจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศ
              กัมพูชา ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่มต่อศาลแพ่งกรุงเทพ โดยกล่าวอ้างว่าบริษัทเอกชนของไทยแห่งหนึ่งที่เข้าไปประกอบ
              ธุรกิจในกัมพูชามีการจัดการพื้นที่สัมปทานราว 58,000 ไร่ โดยมีการไล่รื้อและเผาท�าลายทรัพย์ เป็นผลให้ชาวบ้านที่เป็น

              เกษตรกรและมีฐานะยากจนในราชอาณาจักรกัมพูชาประมาณ 700 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ต่อมา ศาลชั้นต้น
              มีค�าสั่งไม่รับพิจารณาคดีเป็นคดีแบบกลุ่มเนื่องจากเห็นว่าอาจมีอุปสรรคด้านภาษาในการพิจารณาคดี แต่ผู้ร้องสามารถ
              ฟ้องคดีแบบปกติได้ ซึ่งมีรายงานว่าทนายโจทก์จะอุทธรณ์ค�าสั่งศาลต่อไป 194

                           ที่ผ่านมา กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบกิจการของผู้ลงทุนไทยหลายกรณี และเคยมี
              ข้อเสนอแนะมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว เมื่อปี 2558 ว่า รัฐบาลควรมีการจัดตั้งกลไกในการก�ากับดูแลการลงทุน

              ในต่างประเทศของผู้ลงทุนสัญชาติไทย และน�าหลักการชี้แนะฯ มาเป็นกรอบในการด�าเนินการ รวมทั้งหากรัฐบาลประสงค์
              จะแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองในระดับที่สูงขึ้นก็อาจพิจารณาใช้เครื่องมือเชิงนโยบาย อาทิ การจัดท�าแผนปฏิบัติการ
              ระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 รับทราบข้อเสนอแนะนี้
              และเมื่อพิจารณาแผนปฏิบัติระดับชาติฯ ในด้านการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ แม้จะไม่มีการ

              จัดตั้งกลไกก�ากับดูแลการลงทุนของไทยในต่างประเทศตามที่ กสม. เสนอ แต่พบว่า มีกิจกรรมที่จะมีส่วนช่วยป้องกันการ
              ละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ลงทุนไทยในต่างประเทศหลายกิจกรรม เช่น การสร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการไทย
              ที่จะไปลงทุนในต่างประเทศในการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมให้ความส�าคัญกับการประกอบธุรกิจที่ส่ง

              ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการก�าหนดแนวทางป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในโครงการลงทุนของ
              รัฐวิสาหกิจและธุรกิจไทยในต่างประเทศ รวมทั้งกลไกการร้องเรียน เป็นต้น

                    บทประเมินสถานการณ์และข้อเสนอแนะ


                    กสม. มีความยินดีที่รัฐบาลได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เป็นประเทศแรก
              ในเอเชีย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการส่งเสริมการท�าธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม

              ประเด็นหลัก 4 ประเด็นที่ก�าหนดในแผนปฏิบัติการฯ ล้วนเป็นประเด็นส�าคัญที่สมควรได้รับการดูแลแก้ไข ทั้งประเด็น
              เรื่องแรงงานซึ่งมีความท้าทายในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างมีประสิทธิผล การคุ้มครอง
              แรงงานนอกระบบ และการปรับปรุงพัฒนากฎหมายในบางเรื่องให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น
              เช่น สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง เป็นต้น ส่วนอีก 3 ประเด็น คือ ด้านชุมชน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และ

              สิ่งแวดล้อม ด้านนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และด้านการลงทุนระหว่างประเทศ เป็นกรณีที่การประกอบธุรกิจส่งผลกระทบ
              ต่อสุขภาพ ความปลอดภัยในชีวิต และวิถีชีวิตของชุมชน และยังคงเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ กสม. จึงหวังว่า
              แผนปฏิบัติการระดับชาติฯ จะน�าไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งท�าให้ผู้ประกอบการด�าเนินธุรกิจโดยค�านึงถึง

              สิทธิมนุษยชนมากขึ้น ในการนี้ กสม. มีข้อเสนอแนะ ดังนี้












                    194
                         จาก ขอเชิญร่วมสังเกตการณ์ การไต่สวนคดี กรณีชาวบ้านจาก #กัมพูชา ยื่นฟูอง #คดีแบบกลุ่ม [อ้างอิงจาก
              สถานะเฟซบุ๊ก], โดย ETO Watch Coalition เครือข่ายติดตามการลงทุนไทยและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน, 2562,
              11 มิถุนายน. สืบค้นจาก https://www.facebook.com/ETOWatchCoalition/posts/2321477287967195/
   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99   100