Page 172 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 172
171 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
ข้อมูลจากรายงานการศึกษาเกี่ยวกับเด็กก�าพร้าจากเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ซึ่งใช้การวิจัยเอกสารและการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยมีเด็กก�าพร้าที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง 36 คน ผลการวิจัยระบุ
ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้สูงอายุและญาติ เนื่องจากผู้ปกครองที่เหลืออยู่ต้องออกไปหารายได้
เลี้ยงครอบครัวมากขึ้น ทดแทนกับสมาชิกครอบครัวที่บาดเจ็บและเสียชีวิต กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องออกจาก
โรงเรียนกลางคัน เพราะขาดผู้ปกครองในการดูแลเอาใจใส่ มีปัญหาสุขภาพจิต เก็บตัว และมีปัญหาด้านพฤติกรรม
กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับเงินเยียวยา เงินที่ได้มักจะน�าไปใช้ช�าระหนี้ หรือประโยชน์อื่นของครอบครัว โดยเหลือเพียง
เล็กน้อยส�าหรับเป็นเงินออมเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของเด็กในอนาคต และพบว่าประมาณร้อยละ 10 - 25 ของ
กลุ่มตัวอย่างจ่ายค่านายหน้าเพื่อเข้าถึงสิทธิการเยียวยา ข้อห่วงใยที่พบจากการวิจัย คือกลุ่มตัวอย่างไม่รู้สึกอยากเรียน
ในระบบโรงเรียน ร้อยละ 13 ของกลุ่มตัวอย่างต้องออกจากโรงเรียนเนื่องจากเรียนหนังสือไม่ได้ เด็กผู้ชายมีความเสี่ยงสูง
ในการเข้าสู่วงจรยาเสพติด หรือเข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันสมควร 386 บทที่
5
ส�าหรับด้านการดูแลเด็กและสตรีในพื้นที่ ในปี 2562 ศูนย์อ�านวยการบริหารจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนด้านเด็กและสตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดขึ้น
จากความร่วมมือของ ศอ.บต. กระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคประชาสังคมด้านเด็ก
และสตรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์กลางประสานและลดช่องว่างการท�างานระหว่างภาคประชาสังคมกับ
ภาคราชการ ให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหา คุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและสตรีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นไปตามอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรี
โดยเฉพาะอนุสัญญา CRC และอนุสัญญา CEDAW และข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1325
ที่ประเทศไทยน�ามาปรับใช้ เรียกว่า “มาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง”
ศูนย์ฯ มีที่ปรึกษา 12 คน จาก ศอ.บต. กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้น�าศาสนา และ
คณะกรรมการ 28 คนจากภาคประชาสังคมด้านเด็กและสตรี 18 คน ภาครัฐ 10 คน มีประธานเครือข่ายผู้หญิง ด้านสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่อยู่ในความห่วงใย
ภาคประชาสังคมเพื่อสันติชายแดนภาคใต้เป็นประธาน โดยมีกรอบการท�างานที่ก�าหนดเป็น “วาระเด็กและสตรี
7 ประการ” ได้แก่ 1) การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยา 2) ความรุนแรงที่เกิดต่อเด็กและสตรี การประเมินสถานการณ์
3) เด็ก สตรี กับสันติภาพและความมั่นคง 4) สุขภาวะของเด็กและสตรี 5) การเข้าถึงการบริการภาครัฐของเด็กและสตรี
6) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกระดับ และ 7) การยอมรับและความเท่าเทียมทางเพศ โดยมี ศอ.บต.
เป็นหน่วยงานหลักในการด�าเนินงานภายในศูนย์ฯ 387
นอกจากนี้ ในการด�าเนินงานด้านสุขภาพและสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีปัญหาเด็ก
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ผ่านเกณฑ์ในการได้รับวัคซีนป้องกันโรคตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสูงเป็น
สามอันดับแรกของประเทศไทย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความเชื่อ ฐานะ และสภาพครอบครัว ความยากจน และการ
อยู่ห่างไกลจากศูนย์บริการสาธารณสุข รัฐมีการท�างานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้น�าชุมชน และผู้น�าศาสนา
386
จาก เผยผลวิจัย “เด็กกำาพร้า ๙,๘๐๖ คน” จากเหตุความรุนแรงชายแดนใต้, โดย HADYAI FOCUS, 2562.
สืบค้นจาก https://www.hatyaifocus.com/ข่าว/7783-ข่าวสังคมและการเมือง - เผยผลวิจัย%2B9%2C806%2Bคน’%2B
จากเหตุความรุนแรงชายแดนใต้/
387
จาก ศอ.บต. พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเด็กและสตรี ผช.ศอ.บต. เผยได้รับคำาชื่นชมถึงแนวทางการทำางานจากนายก
รัฐมนตรี, โดย ศูนย์อ�านวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, 2562. สืบค้นจาก http://www.sbpac.go.th/?p=42538

