Page 110 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 110

109                            รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                       ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒





              เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย การส่งเสริมให้พ่อแม่มีปฏิสัมพันธ์และท�ากิจกรรมร่วมกับเด็ก
              การดูแลความปลอดภัยของเด็กรวมถึงภัยจากสื่อ การรับฟังความเห็นของเด็ก การอบรมเลี้ยงดูเด็กโดยไม่ใช้
              ความรุนแรง การรับมือกับปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่น ตลอดจนการจัดการปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก
              ในครอบครัวซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจท�าให้มีการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก

                    2. รัฐควรมีมาตรการป้องกันการใช้ความรุนแรงต่อเด็กในครอบครัวและการกระท�าผิดของเด็ก โดยการศึกษา

              และวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและการกระท�าผิดของเด็กเพื่อน�ามาก�าหนดแนวทาง
              แก้ไขปัญหาที่เหมาะสม

                    3. รัฐควรพิจารณาให้มีกลไกระดับชุมชนในการเฝ้าระวังปัญหาเด็ก เช่น การใช้ความรุนแรงต่อเด็ก การแสวง
              ประโยชน์ต่อเด็กในรูปแบบต่าง ๆ และปัญหาเด็กกระท�าผิด รวมทั้งให้มีกลไกจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่
              เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนช่วยด�าเนินการตามมาตรา

              250 วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และเปิดให้องค์กรพัฒนาเอกชน
              และภาคเอกชนที่มีความพร้อมเข้ามามีส่วนช่วยรัฐขับเคลื่อนการคุ้มครองเด็กในด้านต่าง ๆ



                    4.2  สิทธิผู้สูงอายุ
                                                                                                                 บทที่
                    ภาพรวม                                                                                        4

                         ปัจจุบันยังไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ แต่สิทธิของผู้สูงอายุได้รับการ

                    รับรองในสนธิสัญญาหลักระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน 2 ฉบับ คือ กติกา ICCPR และ กติกา
                    ICESCR  นอกจากนี้ ยังมีสนธิสัญญาฉบับอื่นที่มีความเกี่ยวข้องและอาจน�ามาปรับใช้ในการคุ้มครองผู้สูงอายุได้
                    เช่น ผู้หญิงสูงอายุได้รับการคุ้มครองตามอนุสัญญา CEDAW ส่วนผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
                    ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญา CRPD เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อปี 2534 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติได้มี

                    มติที่ 46/91 รับรองหลักการ 18 ประการส�าหรับผู้สูงอายุ (United Nations Principles for Older Persons)
                    โดยรับรองสิทธิของผู้สูงอายุใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการมีอิสรภาพในการพึ่งตนเอง (Independence)
                    2) การมีส่วนร่วม (Participation) 3) การดูแล (Care) 4) การบรรลุความต้องการ (Self-fulfilment) และ    การประเมินสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
                    5) ความมีศักดิ์ศรี (Dignity) 227  นอกจากนี้ ยังมีตราสารระหว่างประเทศด้านผู้สูงอายุที่ส�าคัญ ได้แก่

                    แผนปฏิบัติการระหว่างประเทศมาดริดว่าด้วยเรื่องผู้สูงอายุ (The Madrid International Plan of Action
                    on Ageing) ซึ่งเป็นผลจากการประชุมสมัชชาระดับโลกว่าด้วยผู้สูงอายุ ครั้งที่ 2 (The 2  World Assembly
                                                                                        nd
                    on Ageing) ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี 2545 โดยมีเป้าหมายหลักของการพัฒนาผู้สูงอายุ
                    ใน 3 ประเด็น คือ 1) ผู้สูงอายุกับการพัฒนา 2) สูงวัยอย่างสุขภาพดีและมีสุขภาวะ และ 3) การสร้าง

                    ความมั่นใจว่าจะมีสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนและเหมาะสม









                    227
                         From United Nations Principles for Older Persons Adopted by General Assembly resolution 46/91
              of 16 December 1991, by United Nations Human Rights Office of the High Commissioner, 1991 Retrieved
              from http://www.ohchr.org/EN/ProfessionalInterest/Pages/OlderPersons.aspx
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115