Page 106 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 106

105                            รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                       ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒





                      ในส่วนของการป้องกันการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรงนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบว่าด้วย
              การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่งได้ก�าหนดแนวทางการลงโทษไว้ 4 ลักษณะ คือ 1) ว่ากล่าวตักเตือน
              2) ท�าทัณฑ์บน 3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ 4) ท�ากิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมทั้งได้ห้ามลงโทษ
              นักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ โดยให้ค�านึงถึงอายุของนักเรียน

              หรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย อย่างไรก็ดี ในปี 2562 ยังคงมีเหตุการณ์
              ที่ครูลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการรุนแรงอยู่ 218

                    4. การคุ้มครองเด็กเนื่องจากการละเมิดทางสื่อออนไลน์


                      รัฐมียุทธศาสตร์ส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ พ.ศ. 2560 - 2564

              รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ (Child Online Protection
              Action Thailand: COPAT) เพื่อท�าหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในแต่ละด้าน ศูนย์ดังกล่าวได้มีการส�ารวจสถานการณ์
              เด็กไทยกับภัยออนไลน์ โดยจากผลการส�ารวจพบว่า เด็กร้อยละ 86 เชื่อว่า สามารถให้ค�าแนะน�าเพื่อนได้หากประสบภัย
              ออนไลน์ เด็กร้อยละ 54 เชื่อว่าจะจัดการปัญหาได้หากเกิดกับตนเอง เด็กร้อยละ 39 ใช้อินเทอร์เน็ต 6 - 10 ชั่วโมง
              ต่อวัน เด็กร้อยละ 38 เล่นเกมส์ออนไลน์มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน มีเด็กร้อยละ 31 เคยถูกกลั่นแกล้งรังแกออนไลน์

              ในจ�านวนนี้เป็นเด็กที่เป็นเพศทางเลือกมากที่สุด คือ เด็กร้อยละ 49 โดยที่เด็กร้อยละ 40 ไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่อง   บทที่
              ที่โดนกลั่นแกล้ง จากการส�ารวจยังพบว่า เด็กร้อยละ 34 เคยกลั่นแกล้งคนอื่นทางออนไลน์ ซึ่งส่วนหนึ่งบอกว่าเป็นการ   4
              โต้ตอบที่ตนเองโดนแกล้ง เด็กร้อยละ 74 เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ เด็กร้อยละ 50 เคยพบเห็น

              สื่อลามกอนาจารเด็ก เด็กร้อยละ 6 เคยครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เคยส่งต่อหรือแชร์สื่อลามกอนาจาร
              ทางออนไลน์ และเด็กร้อยละ 2 ยอมรับว่าเคยถ่ายภาพหรือวิดีโอตนเองในลักษณะลามกอนาจารแล้วส่งให้
              คนอื่น ๆ ด้วย เด็ก 1 ใน 4 หรือประมาณ 4,000 คน เคยนัดพบเพื่อนที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ โดยปรากฏกรณี
              ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากการนัดเจอกัน จ�านวน 73 คน 219

                      เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง

              ของมนุษย์ ร่วมกับส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดการเสวนา
              เรื่อง “การกลั่นแกล้งออนไลน์ เด็กไทยจะรอดได้อย่างไร” ซึ่งมีนักวิชาการให้ข้อแนะน�าวิธีการรับมือกับการกลั่นแกล้ง   สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
              ดังกล่าวว่า ควรนิ่งเฉยเพราะการตอบโต้กลับจะท�าให้ผู้กระท�าเกิดความสนุกและกลั่นแกล้งมากขึ้น แต่หากนิ่งเฉย  การประเมินสถานการณ์
              แล้วยังคงถูกกลั่นแกล้งเกินกว่าที่จะรับมือไหว ควรปรึกษาครูหรือผู้ปกครองเพื่อช่วยหาวิธีจัดการ เช่น การพูดคุย
              หรือใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องด�าเนินคดี เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�าผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 220










                    218
                         เช่น กรณีครูใช้ไม้ตีศีรษะเด็กอายุ 7 ปีจนใบหน้าและตา 2 ข้างบวมแดง กรณีครูใช้ไม้ตีก้นเด็กชั้นประถมศึกษา
              ปีที่ 4 จนบวมช้าไม่สามารถนั่งได้ และกรณีครูตบหัวตบหน้านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เนื่องจากไม่ส่งการบ้าน เป็นต้น
                    219
                         จาก สถานการณ์เด็กไทยเสี่ยงภัย ออนไลน์, โดย คมชัดลึก, 2562 . สืบค้นจาก http://www.komchadluek.net/
              news/scoop/384789
                    220
                         จาก กลั่นแกล้งออนไลน์ เด็กไทยจะรอดได้อย่างไร, โดย มติชนออนไลน์, 2462. สืบค้นจาก https://
              www.matichon.co.th/lifestyle/children-teenagers/news_1828680
   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111